อื่นๆ (หนังสือที่ไม่สามารถเข้ากลุ่มได้) >>> อื่น ๆ

การปฏิรูปการศึกษา สำหรับศตวรรษที่ 21 ของสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อความเป็นผู้นำในยุคสารสนเทศ

โดย นางสาวพิศวาส ปทุมุต์ตรังษี
2546 ( 10 หน้า)

การปฏิรูปการศึกษา สำหรับศตวรรษที่ 21 เพื่อความเป็นผู้นำในยุคสารสนเทศและโลกาภิวัตน์ กล่าวถึงภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สาธารณรัฐเกาหลีถือว่า การศึกษาเป็นหนทางหลักหรืออาจเป็นหนทางเดียวในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลจึงได้ดำเนินการพัฒนาการศึกษาจนกระทั่งการขยายตัวทางการศึกษาในเกาหลีทางด้านปริมาณถึงจุดอิ่มตัวตั้งแต่กลางทศวรรษที่ผ่านมาหลังจากนั้น รัฐบาลจึงได้หันมาพัฒนาในเรื่องคุณภาพการศึกษามากขึ้นเมื่อประธานาธิบดีคิม ยัง ซัม เข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีที่มาจากพลเรือนคนแรกในรอบ 32 ปี จึงได้ประกาศนโยบายปฏิรูปเพื่อสร้างประเทศเกาหลีใหม่ คือ ปฏิรูปการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจ โดยใช้การปฏิรูปการศึกษาเป็นปัจจัย สนับสนุนที่สำคัญด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาซึ่งขึ้นตรงต่อประธานาธิบดี (The Presidential Commission on Education Reform) ขึ้น เพื่อเสนอนโยบายและมาตรการในการปฏิรูปการศึกษาแก่ประธานาธิบดี โดยมีกระทรวงศึกษาธิการรับหน้าที่นำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมต่อไป คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาได้นำเสนอข้อเสนอแนะว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษาต่อประธานาธิบดีรวม 4 ครั้ง ดังปรากฏในรายงานการปฏิรูปการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 ฉบับนี้

รายงานฉบับสังเคราะห์ จากวิกฤติสู่โอกาสสิ่งที่ยังท้าทายการปฏิรูปการศึกษาของไทย

โดย เจอรัล ดับเบิ้ลยู ฟราย วิทยาลัยศึกษาศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยมินนิโซตา
2546 ( 144 หน้า)

รายงานฉบับสังเคราะห์เรื่อง "จากวิกฤติสู่โอกาส สิ่งที่ยังท้าทายการปฏิรูปการศึกษาของไทย" กำหนดวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการจัดทำรายงานฉบับนี้เพื่อสังเคราะห์รายงานการปฏิรูปการศึกษา รวม 7 ฉบับ ซึ่งคณะผู้เชี่ยวชาญในระดับนานาชาติและระดับชาติได้จัดทำขึ้นภายใต้โครงการความช่วยเหลือทางวิชาการจากธนาคารพัฒนาเอเชียเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาไทย เป้าหมายหลัก คือ การกำหนดประเด็นสำคัญหรือสิ่งที่ยังท้าทายการปฏิรูปการศึกษาไทย และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายดังที่ปรากฏในรายงานต่างๆ ดังกล่าว ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งในรายงานฉบับนี้คือ การหลอมรวมข้อค้นพบจากเอกสารเหล่านี้ นอกจากนี้ยังได้ศึกษานโยบายการศึกษาในภาพรวม และเจาะลึกนโยบายเฉพาะเรื่องโดยละเอียด ในส่วนที่เกี่ยวกับงานปฏิรูป ดังเสนอแนะไว้ในโครงการความช่วยเหลือทางวิชาการ TA 3585 – THA ที่จะกล่าวถึงต่อไป ในการนี้ได้กล่าวถึงงานท้าทายที่สำคัญๆ ในด้านการศึกษาทั้งในภาพรวมและภาพย่อย รวมทั้ง เสนอกรอบในเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ อันจะส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษาไทย นอกจากนี้ ในภาคผนวกได้นำเสนอเสนอโครงการต่อรัฐบาลไทย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงคุณภาพ ความเสมอภาค และประสิทธิภาพทางการศึกษาให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ฝึกสมองให้คิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking)

โดย รศ.พญ.ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์ อุษา ชูชาติ
2546 ( 16 หน้า)

งานวิจัยเรื่อง "ฝึกสมองให้คิดอย่างมีวิจารณญาณ" (Critical Thinking) นี้ เป็นงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นถึงกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพของสมองที่ทำให้เกิดการคิดอย่างมีวิจารณญาณ รวมถึงเทคนิคการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ อันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของความฉลาด รวมทั้งเป็นทักษะสำคัญที่ทุกคนจำเป็นต้องมีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

การพัฒนาคุณภาพการศึกษา

โดย ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี
2546 ( 68 หน้า)

เอกสารเรื่อง "การพัฒนาคุณภาพการศึกษา" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้จัดสัมมนา เรื่อง การประเมินความก้าวหน้าเกี่ยวกับการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : ความพร้อม ความเหมาะสม และความต้องการภายในท้องถิ่น เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2545 ณ โรงแรมโกลเดนดรากอน นนทบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้รับผิดชอบองค์กรราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และผู้แทนชุมชน มีความเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการกระจายอำนาจด้านการจัดการศึกษา ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ พรบ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจด้านการจัดการศึกษาให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกระดับนำเสนอรายงานความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการไขปัญหาเพื่อการกระจายอำนาจด้านการจัดการศึกษานำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ

สรุปการสัมมนา เรื่อง กวดวิชา วิกฤติที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

โดย นางสุรางค์ โพธิ์พฤกษาวงศ์ และคณะ
2546 ( 40 หน้า)

เอกสารสรุปการสัมมนาเรื่อง "กวดวิชา : วิกฤติที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา" กล่าวถึง การกวดวิชาว่าเป็นปรากฎการณ์ทางการศึกษาของไทยที่มีพัฒนาการมายาวนานและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ประเด็นที่ควรตระหนักและต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ ผลกระทบจากการกวดวิชาที่พบว่า ทำให้ผู้เรียนไม่สนใจการเรียนการสอนในห้องเรียนปกติ แต่ไปสนใจเฉพาะวิชาที่นำไปใช้ในการสอบคัดเลือก ซึ่งไม่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตรที่ต้องการให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ดังนั้น เพื่อให้มีข้อมูลที่ชัดเจนและเชื่อถือได้ในการกำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการกวดวิชาในปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ จึงได้มอบหมายให้ รศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ คณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการศึกษาวิจัยเรื่อง การกวดวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศไทย

การปฏิรูปการศึกษา : วาระแห่งชาติจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 สู่การปฏิบัติยุทธศาสตร์ที่จะพาประเทศพ้นวิกฤต

โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
2546 ( 30 หน้า)

เอกสารชุดการการปฏิรูปการศึกษา : วาระแห่งชาติเล่มที่ 1 การปฏิรูปการศึกษา : วาระแห่งชาติ จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 สู่การปฏิบัติยุทธศาสตร์ที่จะพาประเทศพ้นวิกฤต จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) ได้แถลงนโยบายของรัฐบาลระบุว่า "รัฐบาลจะปฏิรูปการศึกษาตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ...” สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติจึงได้จัดประชุม เรื่อง วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา : วาระแห่งชาติขึ้น พร้อมทั้งได้จัดทำเอกสารการประชุมปฏิรูปการศึกษา : วาระแห่งชาติจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 สู่การปฏิบัติยุทธศาสตร์ที่จะพาประเทศพ้นวิกฤต เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการประชุมดังกล่าว ซึ่งจะเป็นสื่อกลางในการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสภาพการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบันรวมทั้งเป็นการนำเสนอกรอบแนวคิด/ยุทธศาสตร์ที่จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาประสบความสำเร็จต่อผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน

สภาการศึกษา จากอดีตถึงปัจจุบัน สู่มิติใหม่ในการพัฒนานโยบายการศึกษาของชาติ

โดย นางสุรางค์ โพธิ์พฤกษาวงศ์ ดร.จิรพรรณ ปุณเกษม นางสาวสุรางค วีรกิจพาณิชย์ นายถวัลย์ มาศจรัส นางเกื้อกูล ชั่งใจ นางสาวลลิตา ยุวนากร นางปัทมัญญ์ พิริยะสัตตบรรณ นางสาววิภัสรินทร์ ประพันธสิริ
2546 ( 8 หน้า)

เอกสารเรื่อง "สภาการศึกษา : จากอดีตถึงปัจจุบันสู่มิติใหม่ในการพัฒนานโยบายการศึกษาของชาติในอนาคต" จัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ครบรอบ 47 ปี 14 กุมภาพันธ์ 2546 แห่งการสถาปนา ทางสำนักงานจึงได้จัดทำเอกสาร เรื่อง สภาการศึกษา : จากอดีตถึงปัจจุบันสู่มิติใหม่ในการพัฒนานโยบายการศึกษาของชาติในอนาคต เพื่อเผยแพร่และเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสดังกล่าว

การบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพ

โดย ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี
2546 ( 7 หน้า)

เอกสารเรื่อง "การบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพ" จัดทำขึ้นโดยสภาผู้บริหารหลักสูตรการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สผบท.) ได้ร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ จัดสัมมนา เรื่อง “การสร้างความเข้มแข็งของวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา” เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2545 ณ โรงแรมโซล ทวินทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร ในการสัมมนาดังกล่าว ศาสตราจารย์ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ได้ให้เกียรติเปิดการสัมมนาและบรรยายพิเศษเรื่อง “การบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพ” โดยชี้ให้เห็นว่าผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ที่มีบทบาทสําคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษา จึงจําเป็นที่จะต้องปรับปรุงการผลิตและพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในการปฏิรูปการศึกษา โดยจะต้องสร้างความเข้าใจแก่ผู้บริหารสถานศึกษาในเรื่องต่างๆ เช่น ระบบการศึกษาไทย การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อพัฒนาการบริหารการศึกษา การออกแบบและการปรับเปลี่ยนระบบการศึกษา หลักธรรมาภิบาล ความรู้และทักษะพื้นฐานของผู้บริหารการศึกษา และวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา

การผลิตและพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา

โดย บรรยาย โดย ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย สรุปและเรียบเรียงโดย นางสาวประภาพรรณ ไชยวงษ์
2546 ( 9 หน้า)

เอกสารเรื่อง "การผลิตและพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากสภาผู้บริหารหลักสูตรการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สผบท.) ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ จัดสัมมนาเรื่องยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2545 ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร ในการสัมมนาดังกล่าว ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม วัฒนชัย เป็นประธานเปิดการสัมมนาและบรรยายพิเศษเรื่อง “การผลิตและพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา” สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เห็นว่าการบรรยายพิเศษดังกล่าว เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิรูปการศึกษาตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 จึงได้จัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่ให้แก่ผู้บริหารหลักสูตรการบริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา คณาจารย์ หน่วยงานการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนนิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป

การบริหารแบบกระจายอำนาจ : โรงเรียนพร้อมหรือยัง

โดย ดร.วรัยพร แสงนภาบวร และคณะ
2546 ( 202 หน้า)

เอกสารเรื่อง "การบริหารแบบกระจายอำนาจ : โรงเรียนพร้อมหรือยัง" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติได้จัดให้มีการอภิปรายเรื่อง “การบริหารแบบกระจายอำนาจ : โรงเรียนพร้อมหรือยัง” เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2545 ณ โรงแรมโซล ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ และนำสาระจากการอภิปรายมาเรียบเรียงเพื่อจัดทำเป็นหนังสือ โดยนำเสนอมุมมอง และประสบการณ์จากโรงเรียนและหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อกระตุ้นเตือนให้สถานศึกษาทั้งหลายตื่นตัว และเตรียมพร้อมที่จะบริหารจัดการเพื่อสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ บุคลากร และการบริหารงานทั่วไปของตนเอง เพื่อเป้าหมายหลักเดียวกันคือ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ

ภารกิจ โครงสร้าง อัตรากำลัง ของสถานศึกษาตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

โดย รศ. ดร. อุทัย บุญประเสริฐ ดร. จิราภรณ์ จันทร์สุพัฒน์
2546 ( 228 หน้า)

งานวิจัยเรื่อง "ภารกิจ โครงสร้าง และอัตรากำลังของสถานศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542" กล่าวถึงโครงสร้างองค์การเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งต่อการดำเนินงานขององค์การหรือของหน่วยงาน ผู้ที่ออกแบบองค์การจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบ ปัจจัย หลักเกณฑ์ และคำนึงถึงองค์การในลักษณะที่เป็นทางการ (Formal Organization) ต้องคำนึงถึงโครงสร้างองค์การที่สัมพันธ์กับบริบทขององค์การ ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภารกิจ โครงสร้าง และกำหนดกรอบอัตรากำลังสำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สอดคล้องกับภารกิจและข้อกำหนดใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในการศึกษาวิจัยจะมีการประมวลความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการพิจารณากำหนดภารกิจการจัดโครงสร้างและเกณฑ์ที่เหมาะสมของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามภารกิจและโครงสร้างใหม่ โดยให้ครอบคลุมภารกิจของสถานศึกษาตามที่ได้กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ภารกิจของสถานศึกษาตามหลักวิชาการ และตามแนวคิดการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) เพื่อรองรับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการศึกษาจากกระทรวงฯ ไปยังสถานศึกษาตามมาตรา 39 และออกแบบโครงสร้างองค์กรของสถานศึกษา ให้มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำหน้าที่กำกับสนับสนุน และส่งเสริมกิจการของสถานศึกษาตามข้อกำหนดในมาตรา 40 โดยจัดให้โครงสร้างการบริหารครอบคลุมกลุ่มงานที่สำคัญต่างๆ และกำหนดกรอบอัตรากำลังให้สอดคล้องกับภารกิจและโครงสร้างองค์กรตามที่ได้กำหนดไว้

รายงานผลการดำเนินงานโครงการนำร่องระดับชาติ การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน : วิถีและวิธีไทย

โดย รองศาสตราจารย์ ดร. บุญมี เณรยอด
2546 ( 101 หน้า)

เอกสาร "รายงานผลการดำเนินงานโครงการนำร่องระดับชาติ เรื่อง การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน : วิถีและวิธีไทย" กำหนดวัตถุประสงค์หลัก คือ 1) เพื่อศึกษาสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับผู้บริหารต่อการรองรับการปฏิรูปการศึกษา และผลการพัฒนาตัวบ่งชี้เพื่อวัดสมรรถนะ 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารกับลักษณะวิธีการบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ การวิจัยปฏิบัติการ การประกันคุณภาพของโรงเรียน และการพัฒนาชุมชน 3) เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนในโครงการ ซึ่งก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่พัฒนาผู้เรียน