อื่นๆ (หนังสือที่ไม่สามารถเข้ากลุ่มได้) >>> อื่น ๆ

การศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาในรูปแบบการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School-Based Management)

โดย รองศาสตราจารย์.ดร.อุทัย บุญประเสริฐ
2546 ( 7 หน้า)

รายงานการวิจัยเรื่อง "การศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาของของสถานศึกษาในรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดสาระสำคัญให้รัฐถ่ายโอนอำนาจในการบริหารจัดการศึกษาจากส่วนกลางไปยังเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา เพื่อให้เกิดความอิสระและความคล่องตัวในการบริหารจัดการและการตัดสินใจ ทั้งในด้านหลักสูตร การเงิน การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ภายใต้การกำกับดูแลและส่งเสริมของคณะกรรมการสถานศึกษาของแต่ละสถานศึกษา ด้วยเหตุนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติจึงได้จัดโครงการศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในรูปแบบการบริหารที่สถานศึกษา หรือการบริหารที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Base Management) เพื่อให้ได้องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง และได้แนวทางปฏิบัติที่สนับสนุนนโยบายของชาติในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสาระสำคัญตามมาตรา 39 และ 40 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

รายงานการปฏิรูปการศึกษาในประเทศแคนาดา (พ.ศ. 2541)

โดย ผู้แปล: นางสาววิไลลักษณ์ ผดุงกิตติมาลย์ บรรณาธิการ: นางสุรางค์ โพธิ์พฤกษาวงศ์
2546 ( 9 หน้า)

เอกสารเรื่อง "รายงานการปฏิรูปการศึกษาในประเทศแคนาดา (พ.ศ. 2541)" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเห็นว่า ประสบการณ์ในการปฏิรูปการศึกษาของสภารัฐมนตรีการศึกษาของแคนาดา เป็นบทเรียนอันมีค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย ทั้งกลุ่มผู้บริหาร นักการเมือง ตลอดจนครู ผู้ปกครอง และองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จึงได้จัดแปลรายงานการปฏิรูปการศึกษา พ.ศ. 2541 ของสภารัฐมนตรีการศึกษาของแคนาดาขึ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาของไทยให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่กำลังจะประกาศใช้ต่อไป

โครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา

โดย กมล สุดประเสริฐ
2546 ( 12 หน้า)

การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวถึงการบริหารจัดการการศึกษาในสหรัฐอเมริกาเป็นหน้าที่ขององค์กรการศึกษาท้องถิ่น คือ เขตการศึกษา (School Districts) ทำให้เกิดการพัฒนาการศึกษาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะชุมชน เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ต่อเนื่อง และเป็นการสร้างพื้นฐานของความเป็นประชาธิปไตยในพื้นที่ที่สมบูรณ์

โครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศอังกฤษ

โดย กมล สุดประเสริฐ
2546 ( 7 หน้า)

ระบบบริหารการศึกษาของสหราชอาณาจักร กล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย กําลังเป็นประเด็นที่คนไทย จํานวนมากให้ความสนใจ และการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารการศึกษา นับเป็นองค์ประกอบสําคัญต่อความสําเร็จของการปฏิรูปการศึกษา เนื่องจากการกําหนดโครงสร้างทางการบริหาร การแบ่งโครงสร้างองค์กรในกระทรวงส่วนกลาง บทบาทและอํานาจหน้าที่ของกระทรวง ขอบเขตขนาด หรือจํานวนของรัฐ หรือเขต หรือจังหวัด หรือองค์กรปกครอง รวมทั้งรูปแบบการบริหารของสถานศึกษา จะทําให้มองเห็นระดับของการกระจายอํานาจทางการศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารการศึกษาของต่างประเทศ เป็นกรณีศึกษาที่ทําให้เห็นผลดี ผลเสีย รวมทั้งบทเรียนในการดําเนินงานแต่ละรูปแบบของแต่ละประเทศ ซึ่งมีเงื่อนไขและข้อจํากัดที่แตกต่างกัน ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ เป็นประสบการณ์ที่ประเทศไทยได้เรียนรู้ และสามารถนํามาพิจารณาประกอบการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เห็นความสําคัญของการสร้างองค์ความรู้ดังกล่าว จึงจัดทําโครงการศึกษาโครงสร้างการบริหารการศึกษา 8 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยส่วนหนึ่งได้รับความกรุณาจาก ดร. กมล สุดประเสริฐ รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย นิรัญทวี ดร. วรัยพร แสงนภาบวร อาจารย์จิระพันธ์ เดมะ และคุณภัทรนันท์ พัฒิยะ ร่วมกับนักวิชาการศึกษาของสํานักงานฯ ทําการศึกษาและนําเสนอในที่ประชุมสัมมนารวมทั้งได้สังเคราะห์การศึกษาโครงสร้างของทั้ง 8 ประเทศ

โครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศออสเตรเลีย

โดย กมล สุดประเสริฐ
2546 ( 165 หน้า)

โครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศออสเตรเลีย การปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย กําลังเป็นประเด็นที่คนไทย จํานวนมากให้ความสนใจ และการปฏิรูปโครงสร้างการบริหาร การศึกษา นับเป็นองค์ประกอบสําคัญต่อความสําเร็จของการปฏิรูปการศึกษา เนื่องจากการกําหนดโครงสร้างทางการบริหาร การแบ่งโครงสร้างองค์กรในกระทรวงส่วนกลาง บทบาทและอํานาจหน้าที่ของกระทรวง ขอบเขตขนาด หรือจํานวนของรัฐ หรือเขต หรือจังหวัด หรือองค์กรปกครอง รวมทั้งรูปแบบการบริหารของสถานศึกษา จะทําให้มองเห็นระดับของการกระจายอํานาจทางการศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารการศึกษาของต่างประเทศ เป็นกรณีศึกษาที่ทําให้เห็นผลดี ผลเสีย รวมทั้งบทเรียนในการดําเนินงานแต่ละรูปแบบของแต่ละประเทศ ซึ่งมีเงื่อนไขและข้อจํากัดที่แตกต่างกัน ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นประสบการณ์ที่ประเทศไทยได้เรียนรู้ และสามารถนํามาพิจารณาประกอบการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เห็นความสําคัญของการสร้างองค์ความรู้ดังกล่าว จึงจัดทําโครงการศึกษาโครงสร้างการบริหารการศึกษา 8 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยส่วนหนึ่งได้รับความกรุณาจาก ดร. กมล สุดประเสริฐ รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย นิรัญทวี ดร. วรัยพร แสงนภาบวร อาจารย์จิระพันธ์ เดมะ และคุณภัทรนันท์ พัฒิยะ ร่วมกับนักวิชาการศึกษาของสํานักงานฯ ทําการศึกษาและนําเสนอในที่ประชุมสัมมนารวมทั้งได้สังเคราะห์การศึกษาโครงสร้างของทั้ง 8 ประเทศ

โครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศฝรั่งเศส

โดย กมล สุดประเสริฐ
2546 ( 20 หน้า)

โครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศฝรั่งเศส การปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย กําลังเป็นประเด็นที่คนไทย จํานวนมากให้ความสนใจ และการปฏิรูปโครงสร้างการบริหาร การศึกษา นับเป็นองค์ประกอบสําคัญต่อความสําเร็จของการปฏิรูปการศึกษา เนื่องจากการกําหนดโครงสร้างทางการบริหาร การแบ่งโครงสร้างองค์กรในกระทรวงส่วนกลาง บทบาทและอํานาจหน้าที่ของกระทรวง ขอบเขตขนาด หรือจํานวนของรัฐ หรือเขต หรือจังหวัด หรือองค์กรปกครอง รวมทั้งรูปแบบการบริหารของสถานศึกษา จะทําให้มองเห็นระดับของการกระจายอํานาจทางการศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารการศึกษาของต่างประเทศ เป็นกรณีศึกษาที่ทําให้เห็นผลดี ผลเสีย รวมทั้งบทเรียนในการดําเนินงานแต่ละรูปแบบของแต่ละประเทศ ซึ่งมีเงื่อนไขและข้อจํากัดที่แตกต่างกัน ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นประสบการณ์ที่ประเทศไทยได้เรียนรู้ และสามารถนํามาพิจารณาประกอบการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เห็นความสําคัญของการสร้างองค์ความรู้ดังกล่าว จึงจัดทําโครงการศึกษาโครงสร้างการบริหารการศึกษา 8 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยส่วนหนึ่งได้รับความกรุณาจาก ดร. กมล สุดประเสริฐ รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย นิรัญทวี ดร. วรัยพร แสงนภาบวร อาจารย์จิระพันธ์ เดมะ และคุณภัทรนันท์ พัฒิยะ ร่วมกับนักวิชาการศึกษาของสํานักงานฯ ทําการศึกษาและนําเสนอในที่ประชุมสัมมนารวมทั้งได้สังเคราะห์การศึกษาโครงสร้างของทั้ง 8 ประเทศ

โครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศนิวซีแลนด์

โดย กมล สุดประเสริฐ
2546 ( 38 หน้า)

โครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศนิวซีแลนด์ การปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย กําลังเป็นประเด็นที่คนไทย จํานวนมากให้ความสนใจ และการปฏิรูปโครงสร้างการบริหาร การศึกษา นับเป็นองค์ประกอบสําคัญต่อความสําเร็จของการปฏิรูปการศึกษา เนื่องจากการกําหนดโครงสร้างทางการบริหาร การแบ่งโครงสร้างองค์กรในกระทรวงส่วนกลาง บทบาทและอํานาจหน้าที่ของกระทรวง ขอบเขตขนาด หรือจํานวนของรัฐ หรือเขต หรือจังหวัด หรือองค์กรปกครอง รวมทั้งรูปแบบการบริหารของสถานศึกษา จะทําให้มองเห็นระดับของการกระจายอํานาจทางการศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารการศึกษาของต่างประเทศ เป็นกรณีศึกษาที่ทําให้เห็นผลดี ผลเสีย รวมทั้งบทเรียนในการดําเนินงานแต่ละรูปแบบของแต่ละประเทศ ซึ่งมีเงื่อนไขและข้อจํากัดที่แตกต่างกัน ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นประสบการณ์ที่ประเทศไทยได้เรียนรู้ และสามารถนํามาพิจารณาประกอบการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เห็นความสําคัญของการสร้างองค์ความรู้ดังกล่าว จึงจัดทําโครงการศึกษาโครงสร้างการบริหารการศึกษา 8 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยส่วนหนึ่งได้รับความกรุณาจาก ดร. กมล สุดประเสริฐ รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย นิรัญทวี ดร. วรัยพร แสงนภาบวร อาจารย์จิระพันธ์ เดมะ และคุณภัทรนันท์ พัฒิยะ ร่วมกับนักวิชาการศึกษาของสํานักงานฯ ทําการศึกษาและนําเสนอในที่ประชุมสัมมนารวมทั้งได้สังเคราะห์การศึกษาโครงสร้างของทั้ง 8 ประเทศ

โครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศญี่ปุ่น

โดย กมล สุดประเสริฐ
2546 ( 64 หน้า)

โครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศญี่ปุ่น การปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย กําลังเป็นประเด็นที่คนไทย จํานวนมากให้ความสนใจ และการปฏิรูปโครงสร้างการบริหาร การศึกษา นับเป็นองค์ประกอบสําคัญต่อความสําเร็จของการปฏิรูปการศึกษา เนื่องจากการกําหนดโครงสร้างทางการบริหาร การแบ่งโครงสร้างองค์กรในกระทรวงส่วนกลาง บทบาทและอํานาจหน้าที่ของกระทรวง ขอบเขตขนาด หรือจํานวนของรัฐ หรือเขต หรือจังหวัด หรือองค์กรปกครอง รวมทั้งรูปแบบการบริหารของสถานศึกษา จะทําให้มองเห็นระดับของการกระจายอํานาจทางการศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารการศึกษาของต่างประเทศ เป็นกรณีศึกษาที่ทําให้เห็นผลดี ผลเสีย รวมทั้งบทเรียนในการดําเนินงานแต่ละรูปแบบของแต่ละประเทศ ซึ่งมีเงื่อนไขและข้อจํากัดที่แตกต่างกัน ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นประสบการณ์ที่ประเทศไทยได้เรียนรู้ และสามารถนํามาพิจารณาประกอบการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เห็นความสําคัญของการสร้างองค์ความรู้ดังกล่าว จึงจัดทําโครงการศึกษาโครงสร้างการบริหารการศึกษา 8 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยส่วนหนึ่งได้รับความกรุณาจาก ดร. กมล สุดประเสริฐ รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย นิรัญทวี ดร. วรัยพร แสงนภาบวร อาจารย์จิระพันธ์ เดมะ และคุณภัทรนันท์ พัฒิยะ ร่วมกับนักวิชาการศึกษาของสํานักงานฯ ทําการศึกษาและนําเสนอในที่ประชุมสัมมนารวมทั้งได้สังเคราะห์การศึกษาโครงสร้างของทั้ง 8 ประเทศ

โครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)

โดย กมล สุดประเสริฐ
2546 ( 137 หน้า)

โครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) การปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย กําลังเป็นประเด็นที่คนไทย จํานวนมากให้ความสนใจ และการปฏิรูปโครงสร้างการบริหาร การศึกษา นับเป็นองค์ประกอบสําคัญต่อความสําเร็จของการปฏิรูปการศึกษา เนื่องจากการกําหนดโครงสร้างทางการบริหาร การแบ่งโครงสร้างองค์กรในกระทรวงส่วนกลาง บทบาทและอํานาจหน้าที่ของกระทรวง ขอบเขตขนาด หรือจํานวนของรัฐ หรือเขต หรือจังหวัด หรือองค์กรปกครอง รวมทั้งรูปแบบการบริหารของสถานศึกษา จะทําให้มองเห็นระดับของการกระจายอํานาจทางการศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารการศึกษาของต่างประเทศ เป็นกรณีศึกษาที่ทําให้เห็นผลดี ผลเสีย รวมทั้งบทเรียนในการดําเนินงานแต่ละรูปแบบของแต่ละประเทศ ซึ่งมีเงื่อนไขและข้อจํากัดที่แตกต่างกัน ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นประสบการณ์ที่ประเทศไทยได้เรียนรู้ และสามารถนํามาพิจารณาประกอบการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เห็นความสําคัญของการสร้างองค์ความรู้ดังกล่าว จึงจัดทําโครงการศึกษาโครงสร้างการบริหารการศึกษา 8 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยส่วนหนึ่งได้รับความกรุณาจาก ดร. กมล สุดประเสริฐ รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย นิรัญทวี ดร. วรัยพร แสงนภาบวร อาจารย์จิระพันธ์ เดมะ และคุณภัทรนันท์ พัฒิยะ ร่วมกับนักวิชาการศึกษาของสํานักงานฯ ทําการศึกษาและนําเสนอในที่ประชุมสัมมนารวมทั้งได้สังเคราะห์การศึกษาโครงสร้างของทั้ง 8 ประเทศ

การปฏิรูปการศึกษาของสหราชอาณาจักร ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของสหราชอาณาจักร

โดย นางศรีน้อย โพวาทอง
2546 ( 86 หน้า)

เอกสารเรื่อง "การปฏิรูปการศึกษาของสหราชอาณาจักร : ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของสหราชอาณาจักร" จัดทำขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติพิจารณาเห็นว่า ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการปฏิรูปการศึกษาในสหราชอาณาจักรจะเป็นความรู้ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย หลังจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับแรก ซึ่งจะส่งผลให้มีการปฏิรูปการศึกษาอย่างครอบคลุมทั้งระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยกระดับมาตรฐาน การช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการเรียน การบริหารจัดการในโรงเรียน การสอน การจัดทำหลักสูตรและการประเมินผล รวมทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นต้น

การกระจายอำนาจทางการศึกษา : การเมืองและฉันทานุมัติ

โดย ผู้แปล: นางสาวภัทรนันท์ พัฒิยะ บรรณาธิการ: นางสุรางค์ โพธิ์พฤกษาวงศ์
2546 ( 97 หน้า)

เอกสารเรื่อง "การกระจายอำนาจทางการศึกษา การเมืองและฉันทานุมัติ" กล่าวถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้กำหนดให้หน่วยงานส่วนกลางกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การแปลเอกสารการกระจายอำนาจทางการศึกษา การเมืองและฉันทานุมัติจึงได้จัดทำขึ้นเพื่อนำข้อมูลมาใช้เป็นแนวทางในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณารับหลักการแล้วเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2541 ในระหว่างนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้เตรียมการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้มีการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาจากส่วนกลางไปยังท้องถิ่น

Traditional Forms of School Choice&Future Reforms

โดย Caroline M. Hoxby. Assosiate Professor of Economics at Harvard University and Faculty Research Fellow of the National Bureau of Economic Research
2546 ( 10 หน้า)

สรุปบทความเรื่อง “Traditional” Forms of School Choice & Future Reforms กล่าวถึงก่อนที่จะมีการปฏิรูปโดยการใช้คูปองการศึกษาและการจัดตั้งโรงเรียนในกํากับของรัฐเพื่อให้ผู้ปกครองมีทางเลือกในการส่งบุตรหลานเข้าเรียนมากขึ้นนั้น ผู้ปกครองชาวอเมริกันก็รู้จักเลือกโรงเรียนมาก่อน โดยเลือกเข้าไปอยู่ในเขตการศึกษาที่มีโรงเรียนรัฐบาลดีๆ หรือมิฉะนั้นก็จ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูกเรียนในโรงเรียนเอกชน จากการวิเคราะห์ลักษณะการเลือกโรงเรียนดังกล่าว ได้ช่วยทําให้เห็นปัญหาและแนวโน้มในการที่รัฐมีนโยบายให้ผู้ปกครองสามารถเลือกโรงเรียนให้บุตรหลานอย่างกว้างขวางมากขึ้น วัตถุประสงค์ของรายงาน 1. เพื่อเรียนรู้และวิเคราะห์รูปแบบการเลือกโรงเรียนของผู้ปกครอง โดยทําความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกโรงเรียนกับองค์ประกอบในเรื่อง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มนักเรียน (จําแนกตามความสามารถ รายได้ เชื้อชาติ และความพอใจของผู้ปกครอง) ประสิทธิภาพของโรงเรียน เงินเดือนครูและการรวมตัวของครู และบทบาทของผู้ปกครองในการเลือกโรงเรียน 2.เพื่อนําผลการเรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบการเลือกโรงเรียนมาใช้วิเคราะห์ผลการปฏิรูปการศึกษาโดยให้มีโรงเรียนในกํากับของรัฐ คูปองการศึกษาและการรับนักเรียนอย่างกว้างขวาง 3.เพื่อดูว่ามีข้อมูลอื่นๆ อะไรบ้างที่จําเป็นต้องใช้เพื่อทํานายผลการปฏิรูปการศึกษาข้างต้น