อื่นๆ (หนังสือที่ไม่สามารถเข้ากลุ่มได้) >>> อื่น ๆ

จากอดีตและปัจจุบัน สู่อนาคตของการปฏิรูปการศึกษาไทย : สู่สังคมแห่งปัญญาและการเรียนรู้

โดย ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต
2546 ( 5 หน้า)

เอกสารเรื่อง "จากอดีต และปัจจุบัน สู่อนาคตของการปฏิรูปการศึกษาไทย : สู่สังคมแห่งปัญญาและการเรียนรู้" จัดทำขึ้นสืบเนื่องในโอกาสที่ สำสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ดำเนินงานมาครบ 5 ทศวรรษ ในปี 2545 ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการธนาคารสมอง มูลนิธิพัฒนาไท และ กรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้บรรยายนำในการสัมมนาทางวิชาการ เมื่อวันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 ณ ห้องประชุมเอสแคป ฮอลล์ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร

ความพยายาม ความสำเร็จ และความขัดแย้ง เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในช่วง พ.ศ. 2517-2521

โดย รศ.ดร.ประยูร ศรีประสาธน์
2546 ( 34 หน้า)

งานวิจัยเรื่อง "ความพยายาม ความสำเร็จ และความขัดแย้งเกี่ยวกับการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในช่วง พ.ศ. 2517 – 2521" เป็นการศึกษาและรวมรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาในช่วง พ.ศ. 2517 – 2521 ว่ามีจุดเริ่มต้นมาอย่างไร มีใครบ้างที่ร่วมรับผิดชอบ มีความพยายามดำเนินการอย่างไร มีการนำข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปศึกษาไปปฏิบัติมากน้อยเพียงใด และมีข้อขัดแย้งประการใด จึงทำให้แนวปฏิรูปบางส่วนถูกทักท้วงจนถึงขั้นต้องมีการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอดังกล่าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้เพื่อที่จะใช้สิ่งที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูปการศึกษาในช่วง พ.ศ. 2517 – 2521 มาเป็นบทเรียนสำหรับการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบันเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก และเพื่อเป็นพลังผลักดันให้การปฏิรูปการศึกษาสำเร็จ

สกศ.กับการพัฒนาการศึกษาไทย

โดย นางสุรางค์ โพธิ์พฤกษาวงศ์ นายถวัลย์ มาศจรัส ร.ท.หญิงวันทนีย์ ไทยเที่ยง นางโสภณา ตาแก้ว นางสาวสมปอง สมญาติ นางสาววิภัสรินทร์ ประพันธสิริ
2546 ( 188 หน้า)

เอกสารเรื่อง "สกศ. กับการพัฒนาการศึกษาไทย" จัดทำขึ้นสืบเนื่องในโอกาสครบรอบ 46 ปี ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2545 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ จึงได้จัดพิมพ์เอกสาร เรื่อง สกศ. กับการพัฒนาการศึกษาไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 46 ปี ดังกล่าว

ONEC Educational Reform in Thailand

โดย ONEC & Educational Reform in Thailand
2546 ( 68 หน้า)

ONEC Educational Reform in Thailand เป็นการนำเสนอเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับภาพรวมของสำนักงานฯ กิจกรรมการดำเนินงาน เป็นต้น

รายงานการปฏิรูปการศึกษาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

โดย ศาสตราจารย์ ดร.ธีระ รุญเจริญ
2546 ( 108 หน้า)

งานวิจัยเรื่อง "การปฏิรูปการศึกษาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว" จัดทำขึ้นด้วยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเล็งเห็นว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีแนวทางและวิธีการพัฒนาที่เป็นภูมิปัญญาของภูมิภาคอย่างดียิ่ง เนื่องจากเป็นประเทศที่ขาดแคลนทางด้านทรัพยากร และมีปัญหาอุปสรรคจากลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ แต่ก็ได้เล็งเห็นความสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา และใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาด้วยการใช้ยุทธศาสตร์และมาตรการต่างๆ ในการลงมือปฏิบัติ จนเกิดผลสำเร็จและเห็นผลในระยะเวลาอันสั้น โดยมีกฎหมายการศึกษาที่เป็นหลักปฏิบัติชัดเจนในการบริหารการศึกษาของประเทศ มีกฎหมายการศึกษาภาคบังคับใช้ มีการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการผลิตและอบรมครูให้มีคุณภาพเท่าเทียมกันทั่วประเทศ มีการปฏิรูปอุดมศึกษา โดยใช้นโยบายยุบรวมสถาบันเฉพาะทางต่างๆ ซึ่งสังกัดอยู่หลายกระทรวง มารวมเป็นมหาวิทยาลัยเดียว นอกจากนั้นยังมีการปฏิรูปการศึกษาในด้านอื่นๆ อีกหลายด้าน ทั้งในด้านการศึกษาเอกชน การศึกษาของชนกลุ่มน้อย การศึกษานอกระบบโรงเรียน และการอาชีวศึกษา ซึ่งประเทศไทยน่าจะนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

การยกระดับการศึกษาของแรงงานไทยที่กลับจากต่างประเทศ

โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ รัฐมนตรีประจําสํานักงานนายกรัฐมนตรี และ รองประธานกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
2546 ( 198 หน้า)

เอกสารเรื่อง "การสนทนาเรื่อง การยกระดับการศึกษาของแรงงานไทย ที่กลับจากต่างประเทศ" เนื้อหาสาระของหนังสือเล่มนี้ ถอดความมาจากวีดีทัศน์รายการเช้าวันนี้ ซึ่งได้ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2544 ในหัวข้อสนทนาเรื่อง “การยกระดับการศึกษาของแรงงานไทยที่กลับจากต่างประเทศ” โดยมี ศาสตราจารย์นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นวิทยากรสนทนาในรายการ เนื่องจากสถานการณ์ของต่างประเทศกําลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติทําให้รัฐบาลต้องเตรียมการเพื่อรองรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งแรงงานเหล่านี้เมื่อเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว ไม่สามารถนําประสบการณ์ความรู้ที่ได้รับจากการไปทํางานในต่างประเทศมาใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อ หรือพัฒนาความก้าวหน้าในอาชีพได้ รัฐบาลจึงได้เตรียมแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 ได้กําหนดให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งจากประสบการณ์การทํางาน จึงเป็นการเปิดโอกาสในการยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับแรงงานไทยได้มาก และรัฐบาลจะจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยเป็นการดําเนินงานร่วมกันหลายฝ่าย ทั้งจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ภายใต้โครงการ “การพัฒนานโยบายการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์การทํางานของแรงงานไทยที่ไปทํางานต่างประเทศ”

การสร้างศาสตร์ SBM บนแผ่นดินแม่

โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช
2546 ( 10 หน้า)

เอกสารเรื่อง "การสร้างศาสตร์ SBM บนแผ่นดินแม่" เป็นเอกสารที่กล่าวถึงโครงการผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบเป็นความพยายามส่วนหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ที่จะสร้างรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามแนวทางที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยให้ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบเป็นผู้คิดค้น ทดลอง ทําการวิจัยและพัฒนารูปแบบการบริหารที่ส่งเสริมการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ที่จะช่วยให้การกระจายอำนาจสู่สถานศึกษาประสบผลสําเร็จ สถานศึกษามีอิสระในการบริหารตนเอง โดยการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในรูปของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อเป็นเป้าหมายสูงสุดของการจัดการศึกษา คือคุณภาพผู้เรียน ซึ่งศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ใช้คําว่า “การสร้างศาสตร์ SBM บนแผ่นดินแม่” และในการประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบและเครือข่าย ระหว่างวันที่ 11-12 และ 17-18 มิถุนายน 2545 ท่านได้บรรยายให้แนวคิด ข้อเสนอแนะในเรื่องรูปแบบ วิธีการ รวมทั้งการตั้งคําถามวิจัย สําหรับให้ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ ปี 2544 นําไปประยุกต์ใช้ในการวิจัยต่อไป สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เห็นว่าการบรรยายดังกล่าวมีประโยชน์และคุณค่าในเชิงวิชาการ จึงได้จัดพิมพ์สาระในการบรรยายเผยแพร่แก่ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้สนใจทั่วไป เพื่อให้ได้มีหลักยึดทางวิชาการในการสร้างศาสตร์การบริหารโดยโรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management) ที่ถูกต้อง

โครงสร้างใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ ถอดความจากรายการ เช้าวันนี้ ทางช่อง 5 วันที่ 12 กันยายน 2545

โดย กลุ่มงานประชาสัมพันธ์การศึกษาแห่งชาติ สำนักคระกรรมการศึกษาแห่งชาติ
2546 ( 10 หน้า)

เอกสารเรื่อง "โครงสร้างใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากคณะกรรมการอำนวยการเตรียมจัดระบบบริหารของส่วนราชการตามโครงสร้างใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ มีมติเห็นชอบโครงสร้างใหม่และการแบ่งส่วนราชการของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งข้อสรุปนี้เป็นที่สนใจและติดตามของข้าราชการ บุคคลที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง สำนักคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ จึงได้ร่วมกับรายการเช้าวันนี้ จัดรายการสนทนาในเรื่องดังกล่าว และจัดทำเอกสารฉบับนี้ขึ้น เพื่อมอบให้ผู้เกี่ยวข้องไว้ศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับโครงสร้างที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งเผยแพร่ให้สาธาณะชนทราบอย่างกว้างขวาง

การปฏิรูปการศึกษาไทย

โดย ศาสตราจารย์ ดร.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี
2546 ( 8 หน้า)

เอกสารเรื่อง "การปฏิรูปการศึกษาไทย" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทําให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกตระหนักถึงความจําเป็นที่ต้องพัฒนาคน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่สังคมประเทศชาติ การปฏิรูปการศึกษาจึงเป็นยุทธศาตร์ที่สําคัญในการสร้างชาติ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้จัดทําเอกสารนี้ขึ้น โดยรวบรวมเอกสารประกอบการบรรยายบทความต่างๆ ของ ท่านองคมนตรี ศ. ดร. เกษม วัฒนชัย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสําคัญและจําเป็นที่ต้องปฏิรูปการศึกษาทั้งในทุกระดับและประเภทการศึกษา เพื่อนําไปสู่การพัฒนาคนอย่างมีคุณภาพ ให้คนไทยเกิดการเรียนรู้ตลอดเวลา สามารถรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและแข่งขันกับประเทศอื่นได้ โดยทุกคนต้องร่วมมือกันผลักดันให้การปฏิรูปการศึกษาบรรลุผลตามเจตนารมณ์ที่กําหนดไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

ตรวจสอบปฏิรูปโครงสร้าง ศธ.

โดย ศ.ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต กรรมการการศึกษาแห่งชาติ และ นายชุมพล ศิลปอาชา สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร
2546 ( 8 หน้า)

หนังสือเรื่อง "ตรวจสอบปฏิรูปโครงสร้าง ศธ." เล่มนี้ เป็นการถอดความการสนทนาในรายการระดมสมองอนาคตการศึกษาไทย ซึ่งออกอากาศในวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2545 ทางสถานีโทรทัศน์ เนชั่นทีวี ยูบีซี 8 โดยมี ศ.ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต กรรมการการศึกษาแห่งชาติ และนายชุมพล ศิลปอาชา สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร เป็นวิทยากรร่วมกัน การสนทนาในหัวข้อดังกล่าว เกิดจากกระแสข่าวการปฏิรูประบบโครงสร้างของกระทรวงการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีการนำเสนอ 2 ร่างด้วย กัน คือ ร่างโครงสร้างกระทรวงการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตามกรอบของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่เสนอโดยสำนักงานปฏิรูปการศึกษา (สปศ.) และร่างโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ที่เสนอโดยกระทรวงศึกษาธิการ โครงสร้างทั้ง 2 ร่างนี้ มีความแตกต่างทั้งในเชิงความคิด และแนวทางที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ จึงทำให้เกิดข้อขัดแย้งในหลักการของแต่ละร่าง เกิดกระแสข่าวต่างๆ มากมาย เป็นเหตุให้การปฏิรูปการศึกษาสะดุดไม่คืบหน้าไปอย่างที่ควรจะเป็น อีกทั้งยังก่อให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคมอย่างมาก ซึ่งในการสนทนาของผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 2 ท่านที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในอดีต ได้แสดงความคิดเห็นในประเด็น ดังกล่าว ตลอดจนข้อเสนอสำหรับการปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินการปฏิรูปการศึกษา

รูปแบบการบริหารและการจัดการศึกษาแบบกระจายอำนาจ

โดย ดร.กมล สุดประเสริฐ
2546 ( 9 หน้า)

รายงานผลการวิจัยเรื่อง "รูปแบบการบริหารและการจัดการศึกษาแบบกระจายอำนาจ" กล่าวถึงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ในการถ่ายโอนกิจการด้านการบริหารการศึกษาไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงทำการวิจัยเพื่อสร้างความชัดเจนในหลักการและแนวทางการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาสู่ท้องถิ่นเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรอบการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาของฮ่องกง

โดย ร.ท. หญิง วันทนีย์ ไทยเที่ยง
2546 ( 10 หน้า)

กรอบการดำเนินงานปฎิรูปการศึกษาของฮ่องกง กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกประเทศทั่วโลกต้องตื่นตัวกับการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนและพัฒนาประเทศให้ก้าวทันและเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับความต้องการที่แปรเปลี่ยนไปในศตวรรษที่ 21 ฮ่องกง หรือเรียกเป็นภาษาราชการว่า เขตบริหารพิเศษฮ่องกงก็กำลังเผชิญกับภาวะการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ฯพณฯ ตัง ซี ฮวา เลขาธิการบริหารของคณะเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และให้ความสำคักับการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ได้แถลงนโยบายด้านการศึกษาในการพัฒนาการศึกษาของฮ่องกงสำหรับศตวรรษหน้า โดยให้ความสำคักับการพัฒนาการศึกษาระยะยาวและแสดงให้เห็น ถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะปฏิรูปการศึกษาและระบบโรงเรียน เพื่อเตรียมพร้อมในการเผชิความท้าทายและการแข่งขันในศตวรรษใหม่ คณะกรรมการการศึกษาของฮ่องกงได้สนองนโยบายดังกล่าว โดยได้จัดทำกรอบการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของสาธารณชนเป็นสำคัญ โดยได้จัดให้มีการเสวนา/สัมมนาในประเด็นปัญหาหลักทางการศึกษาอย่างเปิดกว้างและเน้นให้มีการประชาพิจารณ์ในทุกขั้นตอน เริ่มจากการร่วมกันทบทวนและกำหนดจุดมุ่งหมายของการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 ของฮ่องกง เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การจัดทำกรอบการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ