ผลงานวิจัยทางการศึกษา >>> สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างทุนปัญญาของชาติ

รายงานการวิจัย สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศมาเลเซีย

โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ชนิตา รักษ์พลเมือง รองศาสตราจารย์ ดร. จรูญศรี มาดิลกโกวิท และคณะ
2548 ( 184 หน้า)

รายงานการวิจัยเอกสารสภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศมาเลเซีย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยเอกสารเกี่ยวกับสภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาสภาพปัญหา สาเหตุ และแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อที่จะเสนอแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับประเทศไทย การนำเสนอรายงานการวิจัยแบ่งเป็น 7 เล่ม ดังนี้ เล่มที่ 1 สรุปสภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เล่มที่ 2 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา เล่มที่ 3 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศออสเตรเลีย เล่มที่ 4 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศสหราชอาณาจักร เล่มที่ 5 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศแคนาดา เล่มที่ 6 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศมาเลเซีย เล่มที่ 7 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย

รายงานการวิจัย สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย

โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ชนิตา รักษ์พลเมือง รองศาสตราจารย์ ดร. จรูญศรี มาดิลกโกวิท และคณะ
2548 ( 86 หน้า)

รายงานการวิจัยเอกสารสภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยเอกสารเกี่ยวกับสภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาสภาพปัญหา สาเหตุ และแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อที่จะเสนอแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับประเทศไทย การนำเสนอรายงานการวิจัยแบ่งเป็น 7 เล่ม ดังนี้ เล่มที่ 1 สรุปสภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เล่มที่ 2 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา เล่มที่ 3 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศออสเตรเลีย เล่มที่ 4 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศสหราชอาณาจักร เล่มที่ 5 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศแคนาดา เล่มที่ 6 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศมาเลเซีย เล่มที่ 7 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย

รายงานการวิจัย สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา

โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ชนิตา รักษ์พลเมือง รองศาสตราจารย์ ดร. จรูญศรี มาดิลกโกวิท และคณะ
2548 ( 95 หน้า)

รายงานการวิจัยเอกสารสภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยเอกสารเกี่ยวกับสภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาสภาพปัญหา สาเหตุ และแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อที่จะเสนอแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับประเทศไทย การนำเสนอรายงานการวิจัยแบ่งเป็น 7เล่ม ดังนี้ เล่มที่ 1 สรุปสภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เล่มที่ 2 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา เล่มที่ 3 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศออสเตรเลีย เล่มที่ 4 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศสหราชอาณาจักร เล่มที่ 5 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศแคนาดา เล่มที่ 6 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศมาเลเซีย เล่มที่ 7 สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย

รายงานสรุป สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ชนิตา รักษ์พลเมือง รองศาสตราจารย์ ดร. จรูญศรี มาดิลกโกวิท และคณะ
2548 ( 91 หน้า)

รายงานการวิจัยเอกสารเกี่ยวกับ สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในประเทศไทย กล่าวถึงการขาดแคลนอัตรากำลังข้าราชการครูในสถานศึกษาทั้งในภาพรวม ในบางพื้นที่ และในวิชาเฉพาะ กำลังเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อคุณภาพการศึกษาของประเทศ สาเหตุสำคัญมาจากการขยายโอกาสทางการศึกษาซึ่งทำให้มีจำนวนห้องเรียนเพิ่มขึ้น การยุบเลิกอัตราครูเกษียณและเกษียณก่อนกำหนด การไม่สามารถจัดสรรอัตราครูเพิ่มอันเนื่องมาจากมาตรการจำกัดอัตรากำลังคนภาครัฐและการสั่งให้ช่วยราชการ แม้ว่ากระทรวงศึกษาธิการจะได้แก้ปัญหาโดยใช้ระบบครูช่วยราชการกลับสังกัดเดิม เกลี่ยครูช่วยสอนการจ้างครู เป็นต้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการบริหารอัตรากำลังครูไม่เหมาะสมและไม่เกิดประโยชน์สูงสุดตลอดจนการรายงานจำนวนนักเรียนและห้องเรียนไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้มีปัญหาไม่ทราบจำนวนครูขาดแคลนที่แท้จริง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการใช้ครูอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอรัฐมนตรี คณะที่ 4 ในการประชุมเพื่อพิจารณาวาระที่กระทรวงศึกษาธิการขออนุมัติหลักการขยายเวลาการจ้างครูอัตราจ้างชั่วคราวเป็นคราวละ 5 ปีต่อเนื่องจึงมีมติให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาทำการศึกษาข้อมูลการขาดแคลนครูแล้วจัดทำเป็นภาพรวมทั้งประเทศเพื่อใช้กำหนดมาตรการและแนวทางแก้ปัญหาขาดแคลนครูระยะยาว การวิจัยเอกสารเกี่ยวกับสภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อเป็นข้อมูลอันจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายของรัฐบาลต่อไปวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.เพื่อศึกษาและสังเคราะห์เอกสารทางวิชาการ รายงานการศึกษา รายงานการวิจัยที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สาเหตุของปัญหาและแนวทางแก้ไขในกรณีต่างๆ ทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ 2.เพื่อเสนอแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เหมาะสมสอดคล้องกับทิศทางการปฏิรูปการศึกษาและบริบทของประเทศไทย

รายงานผลการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาสมรรถภาพครูเครือข่ายวิทยาศาสตร์กายภาพโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดกรมสามัญศึกษา

โดย นายภักดี รัชตวิภาสนันท์ ครูแห่งชาติ ปี 2542
2549 ( 133 หน้า)

รายงานการวิจัยและพัฒนา เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพครูเครือข่ายวิทยาศาสตร์กายภาพ โรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดกรมสามัญศึกษา เขตภาคเหนือตอนบน (ฉบับสรุป) กล่าวถึงการดำเนินงานตามโครงการวิจัยและพัฒนาของครูแห่งชาติได้ก่อให้ เกิดนวัตกรรมด้านการเรียนการสอน และขยายไปสู่เพื่อนครูในลักษณะเครือข่ายกัลยาณมิตรของครูแห่งชาติ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวได้กระตุ้นให้ครูทั่วประเทศมีความตื่นตัวในการพัฒนางานสอนและตนเองมากขึ้น เกิดเป็นแกนนำในการปฏิรูปการเรียนรู้กระจายทั่วประเทศ อันจะเป็นกำลังสำคัญให้การปฏิรูปการศึกษาของชาติประสบความสำเร็จในอนาคต โครงการการพัฒนาสมรรถภาพครูเครือข่ายวิทยาศาสตร์กายภาพ โรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังกัดกรมสามัญศึกษา เขตภาคเหนือตอนบน ของครูภักดี รัชตวิภาสนันท์ เป็นหนึ่งในหกโครงการของครูแห่งชาติประจำปี 2542 ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ที่มีผลเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมต่อครูเครือข่ายผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพในเขตภาคเหนือตอนบน โดยครูเครือข่ายมีสมรรถภาพในการสอนวิทยาศาสตร์สูงขึ้น และส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์สูงขึ้นด้วย

รายงานผลการวิจัยการลงทุนทางการศึกษาของประเทศไทย

โดย รศ. ดร. ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์
2550 ( 138 หน้า)

รายงานผลการวิจัย การลงทุนทางการศึกษาของประเทศไทย นี้เนื้อหาการวิจัยเน้นที่การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของภาคครัวเรือน โดยจะจำแนกค่าใช้จ่ายตามระดับรายได้และภูมิภาคของครัวเรือน รวมทั้งประเภทของรายจ่ายที่เกิดขึ้น การศึกษารายจ่าย ของภาคครัวเรือน อาศัยข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคม (Socio-Economic Survey) ที่จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ข้อมูลดังกล่าวมีการจัดเก็บทุก 2 ปี การศึกษาฉบับนี้จะเน้นที่ปี 2543 และ 2545 เป็นหลัก ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุด โดยผู้วิจัยจะอาศัยโปรแกรมประมวลผลทางสถิติชื่อ STATA ในการวิเคราะห์

รายงานผลการวิจัยการศึกษาเปรียบเทียบระบบงบประมาณเพื่อการศึกษาของประเทศไทยกับประเทศต่างๆ

โดย ดร. สมชัย ฤชุพันธุ์,สฤณี อาชวานันทกุล,ณัฐพงษ์ ดำรงรัตน์
2550 ( 200 หน้า)

รายงานผลการวิจัย การศึกษาเปรียบเทียบระบบงบประมาณเพื่อการศึกษาของประเทศไทยกับประเทศต่างๆ กล่าวถึง ปัญหาเรื่องการศึกษาไทยนั้นเป็นประเด็นที่มีการโต้เถียง วิเคราะห์ และสังเคราะห์ออกมาเป็นรายงานวิจัยมากมายในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ในอดีตมีผู้ตั้งข้อสังเกตหลายครั้งว่า ปัญหาด้านการศึกษาของไทยนั้นมีสาเหตุหลักมาจากการใช้เงินลงทุนด้านการศึกษาไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเงินงบประมาณจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเปรียบเทียบกับระดับการใช้เงินลงทุนด้านการศึกษาของประเทศต่างๆ ชี้ว่าระดับการใช้เงินของประเทศไทยในด้านนี้ไม่ด้อยกว่าประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2545 เงินทุนที่ใช้เพื่อการศึกษาของไทย ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคครัวเรือน มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 6.8 ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติในประเทศ (Gross Domestic Product หรือ GDP) ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก OECD และ 20 ประเทศพันธมิตร OECD คือร้อยละ 6.1 ในปีเดียวกัน นอกจากนี้ เงินงบประมาณที่รัฐบาลไทยใช้เพื่อการศึกษาได้เพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยร้อยละ3.9 ต่อปี โดยมีปริมาณเงินงบประมาณเพิ่มขึ้นจาก 208,614.1 ล้านบาท เป็น 262,938.3 ล้านบาท ในช่วงปี 2542 - 2548 ในขณะที่เงินงบประมาณรวมของประเทศเพิ่มขึ้นจาก 825,000 ล้านบาท เป็น 1,200,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มเฉลี่ยปีละร้อยละ 5.5 ในช่วงเวลาเดียวกัน ตามลำดับ ซึ่งอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินงบประมาณโดยรวมที่สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินงบประมาณเพื่อการศึกษา ได้ส่งผลให้อัตราส่วนของเงินงบประมาณด้านการศึกษาต่อเงินงบประมาณทั้งหมดลดลงจากร้อยละ 25.3 เป็นร้อยละ 21.9 แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับของต่างประเทศคือร้อยละ 13.5 โดยเฉลี่ยค่อนข้างมาก ในช่วงเวลาเดียวกัน และในภาพรวมของค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เงินงบประมาณจากภาครัฐคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 58.99-78.77 ของค่าใช้จ่ายด้านนี้ทั้งหมดของประเทศ ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก OECD ซึ่งอยู่ที่ประมาณร้อยละ 88.44 ส่วนที่เหลือเป็นเงินลงทุนของภาคเอกชน (โรงเรียนเอกชน) และภาคครัวเรือน (เงินค่าซื้อหนังสือนอกเวลา ฯลฯ)

การศึกษาต้นทุนผลผลิตของการเรียนการสอนในสถาบันอาชีวศึกษาเอกชน

โดย ศาสตราจารย์ ดร.บุญเสริม วีสกุลและคณะ
2550 ( 91 หน้า)

งานวิจัยเรื่อง การศึกษาต้นทุนผลิตของการเรียนการสอนในสถาบันอาชีวศึกษาเอกชน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาต้นทุนผลิตต่อหน่วยในการศึกษาของสถาบันอาชีวศึกษาเอกชน ต้นทุนในที่นี้คือค่าเฉลี่ยในการจัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียน / นักศึกษา 1 คน ที่เรียนเต็มเวลา ค่าเฉลี่ยจะไม่คำนวณเป็นรายสถาบันการศึกษาแต่จะคำนวณค่าเฉลี่ยของกลุ่มสถาบัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก การวิจัยจะแยกต้นทุนเป็นรายกลุ่มระดับการศึกษา และสาขาวิชาด้วย

รายงานวิจัย เรื่อง ระบบการเงินเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน

โดย ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร. สมชัย ฤชุพันธ์และคณะ
2550 ( 78 หน้า)

รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการ ระบบการเงินเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวถึงบทความวิจัยนี้เลือกใช้กรอบการกระจายอำนาจเป็นหลักในการนำเสนอเเนะเเนวทางเเก้ไขปัญหาของการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น มีลักษณะเป็น Quasi-public goods เเละมีความเป็น Positive Externality ทำให้ภาครัฐยังคงต้องเข้ามามีบทบาท นอกจากนั้น การศึกษาขั้นพื้นฐานยังมีลักษณะเชิงพื้นที่ ที่ต้องใช้รัฐบาลในระดับท้องถิ่น เช่น อปท. เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการเพื่อให้คุณภาพการศึกษาสามารถสนองต่อตลาดเเรงงานในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เเละมีประสิทธิภาพมากขึ้น การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มุ่งตอบคำถามการวิจัยใน 2 ประเด็นคือ สภาพข้อเท็จจริงเเละปัญหาของการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยเป็นอย่างไร เเละเครื่องมือ/เเนวคิดวิธีการที่เหมาะสมในการสนองทุนเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจเเละสังคมของประเทศไทยนั้นเป็นอย่างไร

รายงานโครงการวิจัย เรื่อง มาตรการทางภาษีอากรเพื่อส่งเสริมการศึกษา

โดย ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.สมชัย ฤชุพันธุ์และคณะ
2550 ( 105 หน้า)

โครงการวิจัย เรื่อง มาตรการทางภาษีอากรเพื่อส่งเสริมการศึกษา กล่าวถึงการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของคน ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์การคลังถือว่าการศึกษาเป็นสินค้ากึ่งสาธารณะ (Quasi-Public Goods) ประเภทหนึ่งที่รัฐพึงต้องจัดหาให้กับประชาชนทุกคน โดยในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลไทยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการบริหารจัดการด้านการศึกษา ต่อมารัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบและแบ่งเบาภาระในการบริหาร จัดการด้านการศึกษามากขึ้นเป็นลำดับ โดยรัฐบาลทำหน้าที่ให้การสนับสนุนในเรื่องต่างๆ เช่น การให้เงินอุดหนุนค่าใช้จ่าย การให้ลดหย่อนและยกเว้นภาษีอากรประเภทต่างๆ เป็นต้น จึงสมควรที่จะได้มีการศึกษามาตรการภาษีอากรต่าง ๆ ที่กระทรวงการคลังได้ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันว่า มาตรการภาษีอากรดังกล่าวมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพเพียงใด เพื่อที่จะได้ดำเนินการพัฒนามาตรการภาษีอากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันและเพิ่มเติมมาตรการภาษีอากรใหม่ๆ ที่สามารถส่งเสริมการศึกษาได้เต็มที่และสอดรับกับการดำเนินมาตรการอื่นๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รายงานวิจัย เรื่อง ประมาณการความต้องการด้านการเงินเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยอาศัยแบบจำลองทางการเงิน

โดย
2550 ( 225 หน้า)

การประมาณการจำนวนนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำแนกตามระดับการศึกษา ปีการศึกษา 2550 -2565 อาศัยกรอบทิศทางของแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 -2554) นโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล นโยบายการขยายโอกาสการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี (รวมก่อนประถมศึกษา) และข้อมูลต่างๆ ในการประมาณการ ดังนี้ - ข้อมูลการคาดประมาณจำนวนประชากร ปี 2550 – 2565 โดยสถาบันประชากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นฐานในการประมาณการจำนวนนักเรียน - ข้อมูลจำนวนนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำแนกตามระดับ/ประเภทการศึกษา ปีการศึกษา 2540 – 2549 จำแนกตามระดับ/ประเภทการศึกษา เพื่อคำนวณอัตราการเรียนต่อ อัตราการเลื่อนชั้น อัตราผู้สำเร็จการศึกษา และอัตราส่วนนักเรียนต่อประชากรกลุ่มอายุวัยเรียน สำหรับใช้เป็นฐานในการคาดประมาณจำนวนนักเรียน

รายงานฉบับสมบูรณ์ การจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติ ลิ่มสกุลและคณะ
2551 ( 156 หน้า)

รายงานฉบับสมบูรณ์ การจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาของไทยในปัจจุบันที่มีผลกระทบต่อระดับประสิทธิภาพในการให้บริการของระบบการศึกษา ตลอดจนประมาณ การความต้องการบริการทางการศึกษาของครัวเรือน ตามระดับความ สามารถในการจ่ายเพื่อการลงทุนทางการศึกษา และขนาดของเงิน อุดหนุนในการลงทุนทางการศึกษาที่รัฐบาลควรจะให้เพื่อการพัฒนา ระบบโรงเรียนและครู เสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐานการศึกษานี้กำหนดขอบเขตการศึกษาเฉพาะส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สามัญศึกษา) เป็นสำคัญ เนื่องจากเป็นระดับการศึกษาที่รัฐบาลให้งบประมาณมากที่สุดตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ โดยคณะผู้วิจัยดำเนินการสำรวจข้อมูลโดยทำการสุ่มตัวอย่างโรงเรียนทั้งภาครัฐ – เอกชน ในเขต – นอกเขตเทศบาล จำแนกตามขนาดสถานศึกษาตามที่ได้ออกแบบวิธีการสุ่มไว้ รวมทั้งดำเนินการสอบถามเพิ่มเติมในส่วนของผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน และผู้ปกครองของเด็กนักเรียนของครูที่เป็นตัวอย่างสุ่มคัดเลือกขึ้นมา