ผลงานวิจัยทางการศึกษา >>> สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างทุนปัญญาของชาติ

รายงานวิจัยเชิงนโยบาย ผลกระทบจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ข้อตกลงของรัฐบาลกับธนาคารพัฒนาเอเชีย

โดย ศาสตราจารย์ ดร. มนตรี จุฬาวัฒนทล
2546 ( 22 หน้า)

งานวิจัยเอกสารเชิงนโยบาย เรื่อง "ผลกระทบจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อตกลงของรัฐบาลกับธนาคารพัฒนาเอเชีย นโยบายปฏิรูประบบราชการ และการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง ประชากรของประเทศที่มีต่อการศึกษาและบทบาทของคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ ในการปฏิรูปการเรียนรู้ และปฏิรูปวิชาชีพครู" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากสถาบันผลิตครูจะเป็นกำลังสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา และการปฏิรูปวิชาชีพครูให้สัมฤทธิ์ผล อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงทางบริบทด้านต่าง ๆ เช่นด้านเศรษฐกิจ ด้านนโยบายปฏิรูประบบราชการ เป็นต้น อาจเป็นได้ทั้งโอกาส สิ่งท้าทาย หรืออุปสรรคต่อการดำเนินภารกิจให้บรรลุผลดำเนินการศึกษาวิจัยเชิงนโยบายครั้งนี้เป็นแนวทางในการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ให้มีความเข้มแข็งทางวิชาการและเพิ่มพูนศักยภาพเพื่อการปฏิรูปการศึกษาและการปฏิรูปวิชาชีพครูซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพัฒนาสถาบันผลิตครูเพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้และการปฏิรูปวิชาชีพครูอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ การศึกษากฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ

โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อาจารย์วนิดา แสงสารพันธ์ นายเอกศักดิ์ คงตระกูล นางสาวชาลินี ถนัดงาน นางสาวพรพิมล บุญทวีเวช นางสาวสุนันท์ เอื้อเชิดกุล นายเนติ รัตนากร นางสาวณัฐิกา นิตยาพร
2551 ( 35 หน้า)

งานวิจัย "การศึกษากฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ" จัดทำขี้นสืบเนื่องจากภายหลังจากการปฏิรูปการศึกษาโดยผลของพระราชราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 อันเป็นกฎหมายแม่บทของการบริหารจัดการการศึกษาของชาตินั้นกระทรวงศึกษาธิการได้มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการการศึกษาทั้งระบบซึ่งได้มีผลใช้บังคับมาระยะหนึ่ง จนมีการแก้ไขบทบัญญัติของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติอีกครั้งในปี พ.ศ. 2545 ซึ่งในปัจจุบันการบริหารจัดการการศึกษาของไทยอยู่ภายใต้เงื่อนไขของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 อย่างไรก็ตาม โดยผลของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 303 ที่ได้กำหนดให้คณะรัฐมนตรีที่เข้าบริหารราชการแผ่นดินภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ มีหน้าที่ในการดำเนินการจัดทำหรือปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการการศึกษาให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงกำหนดวัตถุประสงค์ของการศึกษา คือ 1) เพื่อศึกษาความสอดคล้องของสารบัญญัติกฎหมายการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในภาพรวมของการบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ การจัดการศึกษาโดยวิทยาลัยชุมชน การกระจายอำนาจทางการศึกษา และการถ่ายโอนสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับครูและบุคลากรทางการศึกษา กับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และ 2) เพื่อจัดทำข้อเสนอในการจัดทำหรือการปรับปรุงกฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติให้สอดคล้องและเป็นไปดังเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2550

รายงานวิจัยโครงการศึกษากฏหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ

โดย อาจารย์วนิดา แสงสารพันธ์ นายเอกศักดิ์ คงตระกูล นางสาวชาลินี ถนัดงาน นางสาวพรพิมล บุญทวีเวช
2552 ( 40 หน้า)

งานวิจัย "การศึกษากฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสอดคล้องของสารบัญญัติกฎหมายการศึกษาที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาในภาพรวมของการบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบันกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติให้เป็นไปดังเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 โดยทำการวิเคราะห์เอกสารเกี่ยวกับแนวคิด ปรัชญา และหลักเกณฑ์ที่กำหนดในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ซึ่งผลการวิจัยนี้ ได้ข้อเสนอแนวทางการปรับปรุง แก้ไข หรือยกร่างกฎหมายการศึกษาให้สอดรับกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

รายงานการวิจัย เรื่อง การวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาของผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี

โดย มูลนิธิส่งเสริมนโยบายการศึกษา
2546 ( 48 หน้า)

งานวิจัย "การวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาของผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา" วัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาของผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาโดยการเปรียบเทียบนโยบาย 2 ผู้สมัคร ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งปี พ.ศ.2543 ระหว่างจอร์ชบุช และอัลกอร์นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการวิเคราะห์นโยบายการศึกษา 6 พรรคการเมืองไทยในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2544 และวิสัยทัศน์ตัวแทนพรรคซึ่งอาจจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาหลังการเลือกตั้ง ตลอดจนเสนอข้อคิดเห็นของตัวแทนนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ในประเด็นต่าง ๆ ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาอีกด้วย

รายงานการวิจัย เรื่อง กวดวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศไทย

โดย รศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์
2546 ( 9 หน้า)

รายงานการวิจัย เรื่อง "การกวดวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศไทย" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากการกวดวิชาได้เข้ามามีบทบาทอย่างกว้างขวางในระบบการศึกษาไทย โดยอาจกล่าวได้ว่าผู้เรียนแทบทุกคนและทุกระดับจะต้องเรียนกวดวิชา โดยให้เหตุผลว่า การกวดวิชาจะทำให้สามารถสอบเข้าไปเรียนในสถาบันที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพได้ สิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายเพื่อการกวดวิชาซึ่งย่อมเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง และหากรวมกับงบประมาณด้านการศึกษาของประเทศไทยที่มีการลงทุนค่อนข้างสูงอยู่แล้ว การลงทุนทางการศึกษาน่าจะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า นอกจากนี้ การกวดวิชาย่อมส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนและการศึกษาในระบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาสภาพปัจจุบันของการกวดวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศไทย โดยทำการศึกษาในประเด็นปริมาณการกวดวิชาความแตกต่างในการกวดวิชา และ ลักษณะการเรียนกวดวิชา ศึกษาเหตุผลในการกวดวิชา ประโยชน์ที่ได้รับจากการกวดวิชา ปัญหาและผลกระทบของการกวดวิชาต่อนักเรียน ผู้ปกครอง และครูในสถานศึกษา ศึกษาค่าใช้จ่ายโดยรวมของการกวดวิชา และจัดทำข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายเกี่ยวกับการกวดวิชา

รายงานการวิจัย เรื่อง สภาพปัจจุบันและปัญหาการมีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

โดย ศาสตราจารย์ ดร.ธีระ รุญเจริญ
2547 ( 142 หน้า)

งานวิจัยเรื่อง "สภาพปัจจุบันและปัญหาการมีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติมีเจตนารมณ์ที่จะให้ความสำคัญกับการบริหารในระดับสถานศึกษา จึงได้กำหนดให้มีการกระจายอำนาจไปยังสถานศึกษาและให้สถานศึกษาร่วมกับสถาบันต่างๆ ในสังคมจัดการศึกษาเพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์และชุมชนที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะมาตรา 40 กำหนดให้มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทำหน้าที่กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษา ในการนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้ตระหนักในความจำเป็นและความสำคัญของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงสนับสนุนให้มีการศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาการมีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจข้อมูลสถานภาพปัจจุบันของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ความสามารถในการมีส่วนร่วมบริหารและจัดการศึกษาในฐานะกรรมการฯ ตลอดจนความต้องการพัฒนาตนเอง เพื่อให้สามารถดำเนินการตามบทบาท อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ 2) สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูที่มีต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3) ศึกษาวิเคราะห์นโยบาย บทบาท อำนาจหน้าที่ ยุทธศาสตร์ในการดำเนินการตลอดทั้งกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการสถานศึกษาของหน่วยงานต่างๆ ของประเทศไทย และ 4)จัดทำข้อเสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ และกรอบการพัฒนาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย

รายงานการวิจัย เรื่อง บทบาทและการมีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาในประเทศที่คัดสรร

โดย รศ.ดร.อุทัย บุญประเสริฐ
2547 ( 321 หน้า)

งานวิจัยเรื่อง "บทบาทและการมีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาในประเทศที่คัดสรร" กล่าวถึงที่มาของงานวิจัยว่าสืบเนื่องจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นองค์คณะบุคคลที่มีบทบาทสำคัญยิ่งสำหรับการบริหารฐานโรงเรียน (School-Based Management) โดยมีกฎหมายรองรับ และเป็นพลังสำคัญที่จะร่วมกับสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนรู้ซึ่งเป็นหัวใจของการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ให้ประสบความสำเร็จ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเล็งเห็นความสำคัญของบทบาทและการมีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้ดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับบทบาทและการมีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาในประเทศที่คัดสรร โดยได้ศึกษาเปรียบเทียบบทบาทและการมีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ เพื่อศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษา และบทบาทด้านต่างๆ ของคณะกรรมการสถานศึกษาในประเทศเหล่านี้ ซึ่งการวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อหน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษา ในการนำองค์ความรู้ที่ได้ไปกำหนดนโยบายและแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้เป็นอย่างดี

รายงานการวิจัย เรื่อง สภาพและปัญหาการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

โดย ศาสตราจารย์ ดร.เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพโรจน์ กลิ่นกุหลาบ
2549 ( 57 หน้า)

งานวิจัยเรื่อง "สภาพและปัญหาการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา" จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาปัญหาด้านการจัดหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน ในสาขาวิชาการบริหารการศึกษา ในระดับบัณฑิตศึกษา เพื่อให้ทราบถึงปัญหาในการจัดหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการลดปัญหา ปรับปรุง และพัฒนาการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา เพื่อให้ผู้ที่เข้าศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา สามารถบริหารการศึกษาให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งได้กำหนดให้มีการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นการกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปยังเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาล้วนเป็นผู้มีบทบาทโดยตรงในเรื่องดังกล่าว

รายงานการวิจัย เรื่อง การวิจัยเปรียบเทียบการปฏิรูปการศึกษาของประเทศในกลุ่มอาเซียน

โดย ดร.พัชราวลัย วงศ์บุญสิน นางดลยา เทียนทอง นางสุภาค์พรรณ ตั้งตรงไพโรจน์ นางทรายแก้ว ทิพากร
2549 ( 87 หน้า)

รายงานการวิจัยเรื่อง "การวิจัยเปรียบเทียบการปฏิรูปการศึกษาของประเทศในกลุ่มอาเซียน" ดำเนินการศึกษาแนวทางและแผนพัฒนาการศึกษาของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาสู่ศตวรรษที่ 21 จุดร่วมที่เป็นจุดเด่นของการปฏิรูปการศึกษา ทิศทางความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษา ตลอดจนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของไทยในการส่งเสริมความร่วมมืออาเซียนด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาความเข้มแข็งทางการศึกษาของประเทศในกลุ่มอาเซียน

รายงานการวิจัย การศึกษาแนวโน้มเพื่อการวิจัยและพัฒนาการศึกษาสำหรับอนาคต

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ศักดิ์ พลสามรัมย์
2549 ( 6 หน้า)

รายงานการวิจัย เรื่อง "การศึกษาแนวโน้มเพื่อการวิจัยและพัฒนาการศึกษาสำหรับอนาคต" นี้เป็นการศึกษาสภาพปัจจุบันของการวิจัยในประเทศ โดยเน้นศึกษาแนวโน้มที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบริบทด้านการศึกษา ปัญหา และอุปสรรคด้านการศึกษาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อจะนำไปสู่การเตรียมความพร้อมสำหรับการวิจัยในอนาคต เพิ่มมาตรฐานการศึกษา เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องและทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคโลกาภิวัฒน์ และสามารถนำไปใช้ในการวางแผนการวิจัยและพัฒนาการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและเอกภาพ อันนำไปสู่การพัฒนานโยบาย การวางแผนด้านการวิจัย และการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยในอนาคต

รายงานการวิจัยประเมินผล การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้เขตพื้นที่การศึกษา ฉบับสรุป

โดย รศ.ดร.วรรณ์ดี แสงประทีบทอง รศ.ดร.กานดา พูลลาภทวี รศ.ดร.สุทธิวรรณ ตันติรจนาวงศ์
2549 ( 142 หน้า)

รายงานการวิจัย "ประเมินผลการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้เขตพื้นที่การศึกษา ฉบับสรุป" นี้เป็นการศึกษาวิจัยเพื่อประเมินผลการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้เขตพื้นที่การศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าการกระจายอำนาจการบริหาร และการจัดการศึกษาให้เขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และข้อเสนอแนะต่อผู้รับผิดชอบและหน่วยงานการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ให้มีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาด้านต่างๆ ให้กับเขตพื้นที่การศึกษาอย่างเหมาะสม

รายงานการวิจัยเปรียบเทียบการปฏิรูปการศึกษาเพื่อก้าวสู่สังคมฐานความรู้

โดย รศ.ดร.สำราญ มีแจ้ง และคณะ
2550 ( 11 หน้า)