นโยบายและแผนการศึกษา >>> เพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน

นโยบายส่งเสริมภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษา

โดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
2551 ( 42 หน้า)

เอกสารเรื่อง นโยบายส่งเสริมภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษา กล่าวถึง จากการทบทวนบทเรียนของการพัฒนาประเทศที่ผ่านมาได้ข้อสรุปว่า การพัฒนาประเทศไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมไทยเท่าที่ควร ทำให้เกิดปัญหาและภาวะวิกฤตนานาประการ การพัฒนาคนหรือการศึกษาโดยรวมก็เป็นไปตามแนวทางของตะวันตกเป็นสำคัญ ฉะนั้นเพื่อให้การพัฒนาคนต่อแต่นี้ไปได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมไทย การนำเอาภูมิปัญญาที่สั่งสมไว้ในบ้านเมืองมาใช้เป็นพื้นฐานสำคัญส่วนหนึ่งในการพัฒนาคนหรือการปฏิรูปการศึกษา จึงมีความจำเป็นและสำคัญยิ่ง ที่จะต้องนำมิติทางวัฒนธรรมมาใช้ในการพัฒนา จากการศึกษาค้นคว้าพบว่า การจัดการศึกษาในระบบโรงเรียนซึ่งถือว่าเป็นกระบวนการขัดเกลาหลักของสังคมนั้น มิได้เอื้อให้ผู้เรียนส่วนใหญ่เรียนรู้เรื่องราวและภูมิปัญญาของสังคมไทยที่สั่งสมสืบทอดมาในอดีตเท่าที่ควรยิ่งไปกว่านั้นการนำภูมิปัญญามาใช้ในการจัดการศึกษาผู้รู้ก็มีจำนวนจำกัดและส่วนใหญ่ก็สูงอายุ มีแต่จะล่วงลับไป ความรู้ความชำนาญที่สั่งสมไว้ก็ดับสูญตามไปด้วย อย่างไรก็ดี การนำเรื่องภูมิปัญญาไทยมาผสมผสานเข้าสู่ระบบการศึกษาเพื่อสังคมที่ดีขึ้น จะต้องคำนึงถึงธรรมชาติของภูมิปัญญาที่มีลักษณะเป็นพลวัต และจำเป็นต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คนแต่ละยุคแต่ละสมัย ซึ่งการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวมีหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนดำเนินการอยู่บ้างแล้ว แต่นับว่ายังไม่เพียงพอและยังมิได้ประสานเชื่อมโยงกับกระบวนการเรียนรู้ภูมิปัญญาที่เป็นไปตามธรรมชาติของสังคมทั้งในชนบทและในเมือง การจัดทำนโยบายและแผนงานส่งเสริมภูมิปัญญาในการจัดการศึกษา จึงมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ภูมิปัญญาถูกนำเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเหมาะสม และมีเอกภาพเชิงนโยบายในการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนที่เกิดจากความรอบรู้จัดเจนของคนไทยหลายชั่วคนให้กับสังคมไทยในอนาคต

เป้าหมายยุทธศาสตร์และตัวบ่งชี้ การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑)

โดย สำนักนโยบายด้านการศึกษามหภาค สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
2553 ( 47 หน้า)

เป้าหมายยุทธศาสตร์และตัวบ่งชี้ การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552-2561) จัดทำขึ้นเพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานจึงกำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์ ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย สำหรับการดำเนินงานตั้งแต่บัดนี้จนสิ้นสุด พ.ศ.2561

นโยบายหลักเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง(พ.ศ.๒๕๕๔ - ๒๕๖๑)

โดย สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
2554 ( 261 หน้า)

เป้าหมายยุทธศาสตร์และตัวบ่งชี้ การปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2554-2561) กล่าวถึงเพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.)ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานจึงกำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์ ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย สำหรับการดำเนินงานตั้งแต่บัดนี้จนสิ้นสุด พ.ศ.2561

ข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์และแนวทางการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย

โดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
2547 ( 43 หน้า)

เอกสารเรื่อง ข้อเสนอยุทธศาสตร์และแนวทางการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย กล่าวถึงกระแสการปฏิรูปอุดมศึกษาที่เกิดขึ้นทั่วโลก และการขยายตัวของปริมาณนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ประกอบกับการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษา พุทธศักราช 2542 ล้วนเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ต้องมีการปฏิรูปอุดมศึกษา เพื่อให้สามารถเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เป็นขุมกำลังทางวิชาการ การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สังคม และประเทศ รวมทั้งความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ รัฐบาลเห็นความจำเป็นดังกล่าว จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษาขึ้น ในการดำเนินงานนั้นได้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน 9 คณะ โดยมีคณะทำงานด้านการปฏิรูปอุดมศึกษา 3 คณะ คือ คณะทำงานด้านการเงินเพื่ออุดมศึกษา คณะทำงานด้านการบริหารจัดการอุดมศึกษา และคณะทำงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดการอุดมศึกษา ซึ่งคณะทำงานด้านอุดมศึกษาทั้ง 3 คณะ ได้เป็นคณะผู้จัดทำข้อเสนอยุทธศาสตร์และแนวทางการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย ขึ้น

Strategies and Roadmap for Higher Education Reform in Thailand

โดย Boonserm Veesakul
2547 ( 937 หน้า)

Strategies and Roadmap For Higher Education Reform in Thailand The current world trend in higher education reform as well as the more than sixfold global increase in the number of students at this level during the past three decades have resulted in a rapid increase in the number of higher education institutions. In the case of Thailand, the number of the institutions has increased from 532 in 1987 to 871 at present, while during the same period of time the number of higher education students has increased from 890,000 to 1.9 million. Such quantitative increase has resulted in problems regarding quality and mismatching of graduate profiles and national development requirements and direction. The enactment of the National Education Act 1999 also made higher education reform imperative. The reform will undoubtedly serve as the driving force for various aspects of national development. It also provides academic resources necessary for developing and strengthening the community, the society and ultimately the nation as well as enhancement of competitiveness in the international arena. In view of these exigencies, the Thai Government duly established on December 9, 2002 the Education Reform Steering Committee under the chairmanship of the Deputy Prime Minister (Mr. Chaturon Chaisang). The committee is responsible for making decisions concerning the direction of the education reform, preparation of the relevant work plans as well as supervision for implementation of the reform measures, including formulation of the requisite strategy. To facilitate the functioning of the committee, nine task forces have been established. Among these task forces are three which are entrusted with the tasks of higher education reform. These are : - the Task Force on Financing of Higher Education; - the Task Force on Administration and Management of Higher Education; and - the Task Force on Relevant Laws on Higher Education.

ข้อเสนอยุทธศาสตร์การปฏิรูปการเงินอุดมศึกษา

โดย คณะทำงานด้านทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา และ คณะทํางานเฉพาะกิจเพื่อศึกษาเรื่องกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
2547 ( 136 หน้า)

ข้อเสนอยุทธศาสตร์การปฏิรูปการเงินอุดมศึกษา จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา ได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาและจัดทำข้อเสนอยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาในประเด็นต่างๆ รวม 9 คณะ โดยมีคณะทำงานด้านทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา เป็นคณะทำงานที่ 4 นอกจากนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อการศึกษาเรื่องกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา เพื่อร่วมกันศึกษาและจัดทำข้อเสนอยุทธศาสตร์การปฏิรูปการเงินอุดมศึกษา

รายงาน เรื่อง นโยบายและยุทธศาสตร์การส่งเสริมการศึกษานานาชาติของประเทศไทย

โดย รท.หญิง วันทนีย์ ไทยเที่ยง
2546 ( 53 หน้า)

รายงานเรื่อง นโยบายและยุทธศาสตร์การส่งเสริมการศึกษานานาชาติของประเทศไทย กล่าวถึง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้จัดทำรายงานฉบับนี้ขึ้นเพื่อศึกษา แนวคิด วิธีการ และยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจการศึกษานานาชาติของประเทศต่างๆ ที่เป็นผู้นำในตลาดการศึกษานานาชาติ

ยุทธศาสตร์การนำแผนการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒธรรมแห่งชาติสู่ความสำเร็จในการปฏิบัติ

โดย รศ.ดร. กล้า ทองขาว
2546 ( 162 หน้า)

ยุทธศาสตร์การนำแผนการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมแห่งชาติ สู่ความสำเร็จในการปฏิบัติ กล่าวถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้จัดทำแผนการศึกษา ศาสนา ศิลปะวัฒนธรรมแห่งชาติขึ้น ตามบทบัญญัติ มาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการจัดทำนโยบาย และแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน แผนพัฒนาการอุดมศึกษา และแผนพัฒนาด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม รวมทั้งแผนปฏิบัติการในระดับพื้นที่ และระดับโรงเรียน เพื่อให้มีการพัฒนาการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ที่สอดคล้องต่อเนื่องกันทั้งประเทศ

แผนการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมแห่งชาติ : สรุปสาระสำคัญ

โดย
2546 ( 90 หน้า)

เอกสารเรื่อง "แผนการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมแห่งชาติ (พ.ศ. 2545 – 2559)" ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า แผนการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมแห่งชาติ มีลักษณะเป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวที่จะเป็นกรอบแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน แผนพัฒนาการอุดมศึกษา และแผนพัฒนาด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา เพื่อนำไปสู่การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เสร็จสมบูรณ์ทั้งกระบวนการเพื่อการปฏิรูปการศึกษา การดำเนินการด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ในช่วงระยะเวลา 15 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 จนถึงปี พ.ศ. 2559 ที่สอดคล้องต่อเนื่องกันทั้งประเทศ

แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาข้าราชการ (พ.ศ.2548-2551) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

โดย นางนิรมล กิตติวิบูลย์ นางสาววาณี ทัพพะปุรณะ
2548 ( 220 หน้า)

แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาข้าราชการ พ.ศ.2548-2551 กล่าวถึงสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะเป็นองค์กรหนึ่งในกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดทำข้อเสนอนโยบาย และวางแผนการศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้คนไทยสามารถพัฒนาตนเองได้ตลอดชีวิต และสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ สำนักงานฯ จึงเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาองค์กรสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะ และศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจสำคัญดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

แผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อสร้างสันติสุข ปี 2548-2551

โดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
2549 ( 8 หน้า)

แผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อสร้างสันติสุข ปี 2548-2551 กล่าวถึงแม้ว่ารัฐบาลได้จัดการศึกษาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาเป็นระยะเวลายาวนาน แต่จากการติดตามและประเมินผล พบว่า การศึกษาของประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้เรียนอย่างทั่วถึง มีคนที่ไม่ได้รับการศึกษาอยู่จำนวนมาก จึงทำให้การศึกษาโดยเฉลี่ยของประชากรในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศมาก นอกจากนี้ ผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนก็ต่ำกว่าเช่นเดียวกัน

แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
2549 ( 130 หน้า)

แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงการจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบูรณาการการศึกษาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต อัตลักษณ์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความต้องการของท้องถิ่น โดยเชื่อมโยงกับหลักศาสนา วิชาสามัญ และวิชาชีพ หลักการดังกล่าวได้นำมาใช้เป็นฐานความคิดหลักในการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ และมาตรการในการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง