อื่นๆ (หนังสือที่ไม่สามารถเข้ากลุ่มได้) >>> อื่น ๆ

แนวทางการแก้ปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษา

โดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
2556 ( 33 หน้า)

แนวทางการแก้ปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษา กล่าวถึงปัญหานักเรียนนักศึกษายกพวกรุมทำร้ายเพราะไม่พอใจฝ่ายตรงข้ามด้วยเหตุผลเพียงเล็กน้อย แต่รุนแรงถึงขั้นใช้อาวุธร้ายแรงมาประหัตประหาร ทั้งมืด ปืนและระเบิด จนทำให้การก่อเหตุแต่ละครั้งมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตครั้งละหลายๆคน โดยที่ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองและสำนึกในบาปบุญคุณโทษ ได้สร้างความสูญเสียทั้งเศรษฐกิจและสังคมของประเทศชาติเป็นเอนกอนันต์ ทำลายระบบคุณธรรม จริยธรม ต้องใช้งบประมาณและบุคลากรจำนวนมากในการเยียวยารักษาผู้กระทำผิดให้กลับตัวเป็นพลเมืองดี นับเป็นปัญหาสังคมที่วิดฤตที่รัฐจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจด้านการสร้างระบบเพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษา จึงได้จัดทำแนวทางการแก้ปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษานี้ขึ้น และได้ผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบของสภาการศึกษา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2556 โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนที่รับผิดชอบจัดการศึกษาสายอาชีวศึกษา ได้รับมอบแนวทางดังกล่าวไปดำเนินการสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมต่อไป

รายงาน การวิเคราะห์เปรียบเทียบนโยบายการศึกษาของพรรคการเมืองกับพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ
2546 ( 63 หน้า)

เอกสาร "รายงานการวิเคราะห์เปรียบเทียบนโยบายการศึกษาของพรรคการเมืองกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542" เป็นงานวิจัยเพื่อศึกษาเปรียบเทียบนโยบายการศึกษาของพรรคการเมือง ที่เสนอตัวเข้ามาบริหารประเทศ อย่างมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับระบบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในสังคม เพื่อมุ่งเน้นนโยบายทางการศึกษาให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยในรายงานนี้มีความชัดเจนในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาที่พรรคการเมืองนำเสนอหรือกำหนดเป็นนโยบายการศึกษา เช่น การศึกษาขั้นพื้นฐานแบบให้ฟรี 12 ปี แบบให้เปล่า การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การเตรียมครูเข้าสู่ยุคการปฏิรูปการศึกษาที่เน้นการจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นต้น

รายงานการศึกษา เรื่อง ความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียน

โดย นางรุ่งเรือง สุขาภิรมย์ นางอรุณี สถานุพงษ์ กลุ่มงานปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
2546 ( 37 หน้า)

รายงานการศึกษา เรื่อง "ความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียน" เป็นศึกษาวิจัยด้านครอบครัวในรอบ 30 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า ความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างพ่อแม่ ผู้ปกครอง และโรงเรียนนอกจากจะทำให้เด็กประสบผลสำเร็จในด้านวิชาการแล้วยังช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ ทั้งทางด้านร่างกายจิตใจ อารมณ์และสังคม อันจะช่วยให้มีความก้าวหน้าของชีวิตต่อไปในอนาคต พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้บัญญัติสาระที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ ผู้ปกครองและชุมชนในการจัดและพัฒนาการศึกษาไว้ในหลายมาตรา ซึ่งเป็นการเอื้อให้ทุกส่วนของสังคมได้มีโอกาสเข้าไปมีบทบาทในเรื่องดังกล่าว กลุ่มงานปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้ดำเนินโครงการ ความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียน โดยการเชิญแกนนำ โรงเรียนและผู้ปกครองของนักเรียนในโรงเรียนที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือชุมชนเข้าไปมีบทบาทในการพัฒนาการศึกษาและประสบผลสำเร็จมาร่วมระดมและขยายแนวความคิดไปยังเครือข่ายผู้ปกครอง และโรงเรียนในสังกัดและต่างสังกัด เพื่อขยายผลให้กว้างขวางยิ่งขึ้นต่อไป ผลของการศึกษานี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสภาพของแต่ละบุคคล หน่วยงาน สถานศึกษาได้ตามความเหมาะสม

Systhesis Report : From Crisis to Opportunity, the Challenges of Educational Reform in Thailand

โดย Gerald W. Fry College of Education and Human Development, University of Minnesota
2546 ( 55 หน้า)

Synthesis Report: From Crisis to Opportunity, The Challenges of Educational Reform in Thailand" The basic objective of this report is to synthesize seven reports on education reform by international and local consultants engaged through a grant from the Asian Development Bank in support of Thai education sector reforms. A major goal is to identify key insights, understandings, and policy suggestions embedded in the various reports. Another important aspect of the report is its integration of findings from these documents. The report also reviews education sector policies in general and sub-sector policies in detail, in light of sector reforms recommended under TA 3585-THA described below. Major sector and sub-sector educational challenges are identified and a policy and strategic framework is presented for facilitating the success of educational reform in Thailand. Also included as an attachment is a project feasibility study for consideration by the Thai government related to enhanced educational quality, equity, and efficiency, particularly at the upper secondary level.

ความรู้เพื่อการพัฒนา (Knowledge For Management) ฉบับสรุป

โดย The World Bank Group แต่ง นางสาวภัทรนันท์ พัฒิยะ แปล ศาสตราจารย์ ดร.พจน์ สะเพียรชัย เรียบเรียง
2546 ( 37 หน้า)

เอกสาร "รายงานพัฒนาการโลก พ.ศ.2541/2542 : ความรู้เพื่อการพัฒนา : บทสรุป" จัดทำขึ้นสืบเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญ พระชนมพรรษา 6 รอบในวันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2542 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบนโยบายด้านการศึกษาของชาติ ตระหนักดีว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในการศึกษาของชาติเป็นอย่างยิ่ง และได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเป็นคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงแก่การพัฒนาการศึกษาของไทย พัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองที่มีความรู้ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ จึงร่วมแสดงความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติ โดยได้จัดแปลและพิมพ์หนังสือ ความรู้เพื่อการพัฒนา ซึ่งเป็นรายงานพัฒนาการโลก พ.ศ.2541/42 ของธนาคารโลก ที่แสดงให้เห็นพลังของความรู้และความจำเป็นของการศึกษาในการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้เพื่อเผยแพร่ให้บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาหาความรู้ เพื่อให้สามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคโลกาภิวัตน์และมีศักยภาพในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนสืบไป

การกระจายอำนาจทางการศึกษา : บทบาทของชุมชนในการสนับสนุนด้านการเงิน

โดย นางสาววิไลลักษณ์ ผดุงกิตติมาลย์ :ผู้แปล
2546 ( 200 หน้า)

เอกสารเรื่อง "การกระจายอำนาจทางการศึกษา : บทบาทของชุมชนในการสนับสนุนด้านการเงิน" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติวางแผนดำเนินการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา โดยดำเนินการศึกษาและสร้างองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์การปฏิรูปให้ประสบผลสำเร็จ ในการนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติพิจารณาเห็นว่า รายงานการวิจัยของธนาคารโลก โดย มาร์ค เบรย์ เรื่อง การกระจายอำนาจทางการศึกษา : บทบาทของชุมชนในการสนับสนุนด้านการเงิน ได้นำเสนอแนวคิดและประสบการณ์เกี่ยวกับการระดมการสนับสนุนด้านการเงินของชุมชนในประเทศต่างๆ ซึ่งผลงานนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายของรัฐ นักวางแผน ผู้บริหาร ตลอดจนบุคคลและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง จึงได้จัดแปลและพิมพ์เผยแพร่เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาของชาติต่อไป

รายงานการสัมมนาผลงานวิจัย ตามโครงการความช่วยเหลือทางวิชาการด้านการศึกษา จากธนาคารพัฒนาเอเชีย

โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
2546 ( 160 หน้า)

เอกสารเรื่อง "การนำเสนอผลงานวิจัยตามโครงการความช่วยเหลือทางวิชาการด้านการศึกษาจากธนาคารพัฒนาเอเชียในภาพรวม" โดย ศาสตราจารย์ ดร.เจอรัลด์ ดับเบิลยู ฟราย (หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญโครงการ) มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่รายงานการวิจัยและข้อเสนอแนะต่อผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การนำข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติ ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการสัมมนาครั้งนี้ คือผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ในวงการศึกษาและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงาน/องค์การ/สถาบันต่างๆ และผู้สนใจทั่วไป ได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนแนวความคิดและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลการศึกษาวิจัย และยุทธศาสตร์การนำผลการศึกษาวิจัยไปสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาไทย เป็นการสร้างภาคีและแนวร่วมในการผลักดันให้การปฏิรูปการศึกษาบรรลุผลตามเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

จากอดีตและปัจจุบัน สู่อนาคตของการปฏิรูปการศึกษาไทย : สู่สังคมแห่งปัญญาและการเรียนรู้

โดย ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต
2546 ( 5 หน้า)

เอกสารเรื่อง "จากอดีต และปัจจุบัน สู่อนาคตของการปฏิรูปการศึกษาไทย : สู่สังคมแห่งปัญญาและการเรียนรู้" จัดทำขึ้นสืบเนื่องในโอกาสที่ สำสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ดำเนินงานมาครบ 5 ทศวรรษ ในปี 2545 ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการธนาคารสมอง มูลนิธิพัฒนาไท และ กรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้บรรยายนำในการสัมมนาทางวิชาการ เมื่อวันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 ณ ห้องประชุมเอสแคป ฮอลล์ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร

ความพยายาม ความสำเร็จ และความขัดแย้ง เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในช่วง พ.ศ. 2517-2521

โดย รศ.ดร.ประยูร ศรีประสาธน์
2546 ( 34 หน้า)

งานวิจัยเรื่อง "ความพยายาม ความสำเร็จ และความขัดแย้งเกี่ยวกับการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในช่วง พ.ศ. 2517 – 2521" เป็นการศึกษาและรวมรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาในช่วง พ.ศ. 2517 – 2521 ว่ามีจุดเริ่มต้นมาอย่างไร มีใครบ้างที่ร่วมรับผิดชอบ มีความพยายามดำเนินการอย่างไร มีการนำข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปศึกษาไปปฏิบัติมากน้อยเพียงใด และมีข้อขัดแย้งประการใด จึงทำให้แนวปฏิรูปบางส่วนถูกทักท้วงจนถึงขั้นต้องมีการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอดังกล่าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้เพื่อที่จะใช้สิ่งที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูปการศึกษาในช่วง พ.ศ. 2517 – 2521 มาเป็นบทเรียนสำหรับการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบันเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก และเพื่อเป็นพลังผลักดันให้การปฏิรูปการศึกษาสำเร็จ

สกศ.กับการพัฒนาการศึกษาไทย

โดย นางสุรางค์ โพธิ์พฤกษาวงศ์ นายถวัลย์ มาศจรัส ร.ท.หญิงวันทนีย์ ไทยเที่ยง นางโสภณา ตาแก้ว นางสาวสมปอง สมญาติ นางสาววิภัสรินทร์ ประพันธสิริ
2546 ( 188 หน้า)

เอกสารเรื่อง "สกศ. กับการพัฒนาการศึกษาไทย" จัดทำขึ้นสืบเนื่องในโอกาสครบรอบ 46 ปี ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2545 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ จึงได้จัดพิมพ์เอกสาร เรื่อง สกศ. กับการพัฒนาการศึกษาไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 46 ปี ดังกล่าว

ONEC Educational Reform in Thailand

โดย ONEC & Educational Reform in Thailand
2546 ( 68 หน้า)

ONEC Educational Reform in Thailand เป็นการนำเสนอเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับภาพรวมของสำนักงานฯ กิจกรรมการดำเนินงาน เป็นต้น

การยกระดับการศึกษาของแรงงานไทยที่กลับจากต่างประเทศ

โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ รัฐมนตรีประจําสํานักงานนายกรัฐมนตรี และ รองประธานกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
2546 ( 198 หน้า)

เอกสารเรื่อง "การสนทนาเรื่อง การยกระดับการศึกษาของแรงงานไทย ที่กลับจากต่างประเทศ" เนื้อหาสาระของหนังสือเล่มนี้ ถอดความมาจากวีดีทัศน์รายการเช้าวันนี้ ซึ่งได้ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2544 ในหัวข้อสนทนาเรื่อง “การยกระดับการศึกษาของแรงงานไทยที่กลับจากต่างประเทศ” โดยมี ศาสตราจารย์นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นวิทยากรสนทนาในรายการ เนื่องจากสถานการณ์ของต่างประเทศกําลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติทําให้รัฐบาลต้องเตรียมการเพื่อรองรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งแรงงานเหล่านี้เมื่อเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว ไม่สามารถนําประสบการณ์ความรู้ที่ได้รับจากการไปทํางานในต่างประเทศมาใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อ หรือพัฒนาความก้าวหน้าในอาชีพได้ รัฐบาลจึงได้เตรียมแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 ได้กําหนดให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งจากประสบการณ์การทํางาน จึงเป็นการเปิดโอกาสในการยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับแรงงานไทยได้มาก และรัฐบาลจะจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยเป็นการดําเนินงานร่วมกันหลายฝ่าย ทั้งจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ภายใต้โครงการ “การพัฒนานโยบายการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์การทํางานของแรงงานไทยที่ไปทํางานต่างประเทศ”