อื่นๆ (หนังสือที่ไม่สามารถเข้ากลุ่มได้) >>> พัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยการปฏิรูประบบความรู้ของสังคมไทย

รายงานผลการติดตามและประเมินผลนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัย (0-5 ปี) ระยะยาว พ.ศ. 2550-2559 ช่วงครึ่งแผนหลัง พ.ศ. 2550-2554

โดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
2556 ( 90 หน้า)

รายงานผลการติดตามและประเมินผลนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัย (0-5 ปี) ระยะยาว พ.ศ. 2550-2559 ช่วงครึ่งแผนหลัง พ.ศ. 2550-2554 ฉบับนี้กล่าวถึงนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัย (0-5 ปี) ระยะยาว พ.ศ. 2550-2559 เป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับชาติฉบับแรกของประเทศไทย ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาเด็กปฐมวัยช่วง 0-5 ปี ทุกคน อย่างมีคุณภาพ เต็มศักยภาพ ตามวัย มีครอบครัวเป็นแกนหลัก ผู้มีหน้าที่ดูแลเด็กและทุกภาคส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน โดยได้ศึกษาสภาพในปัจจุบัน ปัญหา อุปสรรค ตลอดจนการดำเนินงานต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์หาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ และจัดทำเป็นข้อเสนอแนะในการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของนโยบายและยุทธศาสตร์ฯ เพื่อให้การพัฒนาเด็กปฐมวัยประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

พัฒนาการหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย

โดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
2556 ( 36 หน้า)

พัฒนาการหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งในประเด็นของการประชุมสัมมนาทางวิชาการระหว่างประเทศ ประจำปี 2556 เรื่องการศึกษาเพื่ออนาคตประเทศไทย นำเสนอสาระของการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2503 จนถึงปัจจุบัน และที่กำลังพิจารณาแนวทางการจัดการศึกษาในอนาคต โดยการปฏิรูปหลักสูตรใหม่ ที่ทันสมัย สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาวการณ์ ในปัจจุบัน

สภาพและปัญหาการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของ สถานศึกษาในประเทศไทย

โดย ศาสตราจารย์ ดร.ธีระ รุญเจริญ
2546 ( 62 หน้า)

งานวิจัย เรื่อง "สภาพและปัญหาการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาในประเทศไทย" การศึกษาวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อรู้สภาพและปัญหาการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาสังกัดรัฐ ในการที่จะรองรับการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา ตามมาตรา 39 ในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ.2542 โดยรวบรวมและประมวลผลใน 2 วิธีคือ การศึกษาเจาะลึกภาคสนาม และการสำรวจโดยใช้แบบสอบถาม ซึ่งผลการวิจัยครั้งนี้จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพและปัญหาในการบริหารและการจัดการศึกษา ของโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ตามแนวทางการกระจายอำนาจที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการกำหนดนโยบายและแผน รวมทั้งการปรับปรุงและพัฒนาการบริหารโรงเรียนตามแนวปฏิรูปการศึกษาที่พึงประสงค์

Learning Reform Situation in the Pilot Schools : Lessons and Policy Recommendations

โดย Dr.Laeka Piya-Ajariya
2546 ( 86 หน้า)

Report on Learning Reform Situation in the Pilot Schools : Lessons and Policy Recommendations set the objecitve as follow : 1). To encourage 250 pilot schools under jurisdiction of all agencies nationwide to implement whole-school learning reform, with emphasis on improving quality of the students 2) To encourage the 250 pilot schools to take a professional approach to reforms of learning, assessment and administration to ensure whole-school internal quality assurance 3) To encourage the 250 pilot schools to serve as reform nodes for further expansion or models for other schools, which could benefit from their experiences – both successes and failures – in whole-school learning reform; and 4) To enable the teams of academics / local researchers from teacher education institutions, supervisory units and NGOs, totalling 44 in number, to participate in the reform and learn from their collaborative efforts with the schools.

School-Based Management : Thai Ways and Methods

โดย Associate Professor Dr.Boonmee Nenyod
2546 ( 38 หน้า)

Executive Summary of the Report on National Pilot Study : Learning Reform Schools for Developing Quality of Learners School-Based Management : Thai Ways and Methods The ONEC has been engaged in a National Pilot Study : Learning Reform Schools for Developing Quality of Learners as a R&D activity. The project is aimed at encouraging and providing support to educational institutions for adoption of whole-school reform approach. Recognizing that the learning reform, stipulated in Chapter IV of the 1999 National Education Act, is in fact at the heart of the education reform. It should logically begin in all schools through adoption of the learner-centred approach, which is the basis for internal quality assurance, regarded as an integral part of the continuous administrative process. Objectives of the Study 1) To identify essential competencies of school principals for meeting education reform requirements and to report on the outcomes of development of competency indicators; 2) To prepare a learning kit for school developing principals for essential competencies of the meeting the education reform requirements; 3) To study the outcomes of competency development through the school principals’ utilization of the learning kit; 4) To study the characteristics of the school principals’ management method before implementation of the Study; 5) To study the relationship between the outcomes of the school principals’ competency development and the characteristics of their management method, personnel development, learning process reform, action research, internal quality assurance and community development; 6. To study the SBM models for adoption by the pilot schools; 7. To study the feasibility of expanding the SBM; and 8. To submit policy recommendations on the SBM to the respective administrative authorities of the pilot schools, ONEC and ADB.

Learning Process Reform of the Pilot Schools : The Selected Models

โดย Professor Sumon Amornvivat
2546 ( 57 หน้า)

Report on National Pilot Study Learning Process Reform of the Pilot Schools : The Selected Models : The Office of the National Education Commission (ONEC), with the support of the Asian Development Bank (ADB), has initiated the National Project on Learning Reform Schools for Developing Quality of learners in 1990-1991. The main objective of the project is to develop the quality of learners through a research-based and whole-school approach. This document reports on achievements of the National Pilot Study, highlighting only the learning process reform in the pilot schools through selection, analysis and synthesis of the authentic models implemented by the schools. The main objectives are to study, collect and analyse relevant data and to present various models for organizing the learning process through a learner-centred approach. Outstanding activities organized by the pilot school teachers, ONEC’s master teachers, spearhead teachers and school administrators are identified and presented. Another main aim is to study the roles of local researchers, who have availed of the amicable supervision process, thus contributing to moving forward the learning reform and leading to attainment of the learner quality desired.

รายงานการประชุมแนวคิดและประสบการณ์การบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School-Based Management)

โดย นางสาวบุญเทียม ศิริปัญญา
2546 ( 22 หน้า)

รายงานการประชุมเรื่อง "แนวคิดและประสบการณ์การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้ดำเนินโครงการโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ดังนั้นจึงมีการจัดการประชุมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้เกี่ยวข้องในเรื่องการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ซึ่งจัดขึ้นใน 4 ภูมิภาค ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 3 มีนาคม 2544 โดยการประชุมแต่ละครั้งมีวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งด้านทฤษฏีและปฏิบัติโดยตรงเป็นผู้ให้แนวคิดดังกล่าวแก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 253 แห่ง ซึ่งหลังการประชุมในช่วงเวลาดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้เรียบเรียงเป็นเอกสารรายงานการประชุม เรื่องแนวคิดและประสบการณ์การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School – Based Management ) เพื่อเผยแพร่ให้แก่โรงเรียนในโครงการและโรงเรียนอื่นที่สนใจได้ศึกษาและเป็นแนวทางในการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในลักษณะการพัฒนาตนเอง

รายงานการปฏิรูปการศึกษาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

โดย ศาสตราจารย์ ดร.ธีระ รุญเจริญ
2546 ( 108 หน้า)

งานวิจัยเรื่อง "การปฏิรูปการศึกษาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว" จัดทำขึ้นด้วยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเล็งเห็นว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีแนวทางและวิธีการพัฒนาที่เป็นภูมิปัญญาของภูมิภาคอย่างดียิ่ง เนื่องจากเป็นประเทศที่ขาดแคลนทางด้านทรัพยากร และมีปัญหาอุปสรรคจากลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ แต่ก็ได้เล็งเห็นความสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา และใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาด้วยการใช้ยุทธศาสตร์และมาตรการต่างๆ ในการลงมือปฏิบัติ จนเกิดผลสำเร็จและเห็นผลในระยะเวลาอันสั้น โดยมีกฎหมายการศึกษาที่เป็นหลักปฏิบัติชัดเจนในการบริหารการศึกษาของประเทศ มีกฎหมายการศึกษาภาคบังคับใช้ มีการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการผลิตและอบรมครูให้มีคุณภาพเท่าเทียมกันทั่วประเทศ มีการปฏิรูปอุดมศึกษา โดยใช้นโยบายยุบรวมสถาบันเฉพาะทางต่างๆ ซึ่งสังกัดอยู่หลายกระทรวง มารวมเป็นมหาวิทยาลัยเดียว นอกจากนั้นยังมีการปฏิรูปการศึกษาในด้านอื่นๆ อีกหลายด้าน ทั้งในด้านการศึกษาเอกชน การศึกษาของชนกลุ่มน้อย การศึกษานอกระบบโรงเรียน และการอาชีวศึกษา ซึ่งประเทศไทยน่าจะนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

รูปแบบการบริหารและการจัดการศึกษาแบบกระจายอำนาจ

โดย ดร.กมล สุดประเสริฐ
2546 ( 9 หน้า)

รายงานผลการวิจัยเรื่อง "รูปแบบการบริหารและการจัดการศึกษาแบบกระจายอำนาจ" กล่าวถึงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ในการถ่ายโอนกิจการด้านการบริหารการศึกษาไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงทำการวิจัยเพื่อสร้างความชัดเจนในหลักการและแนวทางการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาสู่ท้องถิ่นเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรอบการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาของฮ่องกง

โดย ร.ท. หญิง วันทนีย์ ไทยเที่ยง
2546 ( 10 หน้า)

กรอบการดำเนินงานปฎิรูปการศึกษาของฮ่องกง กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกประเทศทั่วโลกต้องตื่นตัวกับการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนและพัฒนาประเทศให้ก้าวทันและเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับความต้องการที่แปรเปลี่ยนไปในศตวรรษที่ 21 ฮ่องกง หรือเรียกเป็นภาษาราชการว่า เขตบริหารพิเศษฮ่องกงก็กำลังเผชิญกับภาวะการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ฯพณฯ ตัง ซี ฮวา เลขาธิการบริหารของคณะเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และให้ความสำคักับการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ได้แถลงนโยบายด้านการศึกษาในการพัฒนาการศึกษาของฮ่องกงสำหรับศตวรรษหน้า โดยให้ความสำคักับการพัฒนาการศึกษาระยะยาวและแสดงให้เห็น ถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะปฏิรูปการศึกษาและระบบโรงเรียน เพื่อเตรียมพร้อมในการเผชิความท้าทายและการแข่งขันในศตวรรษใหม่ คณะกรรมการการศึกษาของฮ่องกงได้สนองนโยบายดังกล่าว โดยได้จัดทำกรอบการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของสาธารณชนเป็นสำคัญ โดยได้จัดให้มีการเสวนา/สัมมนาในประเด็นปัญหาหลักทางการศึกษาอย่างเปิดกว้างและเน้นให้มีการประชาพิจารณ์ในทุกขั้นตอน เริ่มจากการร่วมกันทบทวนและกำหนดจุดมุ่งหมายของการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 ของฮ่องกง เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การจัดทำกรอบการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ

การศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาในรูปแบบการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School-Based Management)

โดย รองศาสตราจารย์.ดร.อุทัย บุญประเสริฐ
2546 ( 7 หน้า)

รายงานการวิจัยเรื่อง "การศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาของของสถานศึกษาในรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดสาระสำคัญให้รัฐถ่ายโอนอำนาจในการบริหารจัดการศึกษาจากส่วนกลางไปยังเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา เพื่อให้เกิดความอิสระและความคล่องตัวในการบริหารจัดการและการตัดสินใจ ทั้งในด้านหลักสูตร การเงิน การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ภายใต้การกำกับดูแลและส่งเสริมของคณะกรรมการสถานศึกษาของแต่ละสถานศึกษา ด้วยเหตุนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติจึงได้จัดโครงการศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในรูปแบบการบริหารที่สถานศึกษา หรือการบริหารที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Base Management) เพื่อให้ได้องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง และได้แนวทางปฏิบัติที่สนับสนุนนโยบายของชาติในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสาระสำคัญตามมาตรา 39 และ 40 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

รายงานการปฏิรูปการศึกษาในประเทศแคนาดา (พ.ศ. 2541)

โดย ผู้แปล: นางสาววิไลลักษณ์ ผดุงกิตติมาลย์ บรรณาธิการ: นางสุรางค์ โพธิ์พฤกษาวงศ์
2546 ( 9 หน้า)

เอกสารเรื่อง "รายงานการปฏิรูปการศึกษาในประเทศแคนาดา (พ.ศ. 2541)" จัดทำขึ้นสืบเนื่องจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเห็นว่า ประสบการณ์ในการปฏิรูปการศึกษาของสภารัฐมนตรีการศึกษาของแคนาดา เป็นบทเรียนอันมีค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย ทั้งกลุ่มผู้บริหาร นักการเมือง ตลอดจนครู ผู้ปกครอง และองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จึงได้จัดแปลรายงานการปฏิรูปการศึกษา พ.ศ. 2541 ของสภารัฐมนตรีการศึกษาของแคนาดาขึ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาของไทยให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่กำลังจะประกาศใช้ต่อไป