ข้อมูลสถิติและตัวชี้วัดทางการศึกษา >>> พัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยการปฏิรูประบบความรู้ของสังคมไทย

สภาวการณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก พ.ศ. 2556

โดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
2556 ( 133 หน้า)

สภาวการณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก พ.ศ. 2556 จัดทำเพื่อศึกษาเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางการศึกษาระดับนานาชาติ ด้วยการสังเคราะห์เนื้อหาหลักจากเอกสารซึ่งเป็นผลผลิต จากโครงการ WEI คือ Global Education Digest 2011-2012, Comparing Education Statistics Across the World รวมทั้งได้วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นที่เกี่ยวข้อง เปรียบเทียบประเทศต่างๆ กับประเทศไทย เพื่อให้เอกสารมีความสมบูรณ์และสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยยิ่งขึ้น โดยข้อมูลที่ได้เป็นตัวชี้วัดที่สามารถใช้ประโยชน์ในการวางแผนและกำหนดนโยบายการศึกษาของประเทศ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้ คงจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนพัฒนานโยบายการศึกษาของชาติต่อไป

สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2554

โดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
2556 ( 110 หน้า)

สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2554 ฉบับนี้ ได้ทำการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานด้านการศึกษาจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษา ซึ่งมีอยู่หลายหน่วยงานและหลายสังกัด และจัดทำเป็นรายงานสถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2554 ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการข้อมูลสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การวางแผนเพื่อพัฒนาการศึกษา และการติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศ สำนักงานฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์และมีส่วนช่วยสนับสนุนการกำหนดนโยบายและการวางแผนเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติให้บรรลุตามเป้าหมายของการพัฒนาการศึกษาของประเทศต่อไป

รายงานการวิจัย การศึกษาของคนไทย ปี 2546 (Education of Thai People, 2003)

โดย นางสาวยุพา วิริภิรมย์กูล
2549 ( 101 หน้า)

รายงานเรื่อง การศึกษาของคนไทย ปี 2546 จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานด้านการวางแผนและกำหนดนโยบายการศึกษาของประเทศ ได้ทำการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหาของการจัดการศึกษาในมุมต่าง ๆ เพื่อใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย การวางแผนการศึกษา และการติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพการศึกษา

ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ และเกณฑ์การประเมิน ระดับก่อนประถมศึกษา

โดย
2546 ( 12 หน้า)

เอกสารเรื่อง ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ และเกณฑ์การประเมินระดับก่อนประถมศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า เอกสารมาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานฯ และหน่วยงานที่จัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา พิจารณาแล้วเห็นว่าบางมาตรฐาน ตัวชี้วัดยากเกินไป และไม่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย อายุ 3-5 ปี จึงเห็นสมควรให้นำมาตรฐานดังกล่าวมาพิจารณาและปรับให้เหมาะสมจัดทำเป็นมาตรฐานที่มีตัวชี้วัดที่เหมาะสมกับเด็กระดับก่อนประถมศึกษา โดยยึดเอกสารมาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลัก และปรับปรุงตัวบ่งชี้ในแต่ละมาตรฐาน (14 มาตรฐาน) ให้สอดคล้องกับหลักการ ปรัชญา การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย และพัฒนาการของเด็กปฐมวัยอายุ 3-5 ปี จัดทำ เป็นตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ และเกณฑ์การประเมินระดับก่อนประถมศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก : ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้จัดให้มีการสัมมนา 2 ครั้ง เพื่อระดมความคิดจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้เข้าร่วมสัมมนา ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา นักวิชาการศึกษาผู้บริหารการศึกษา ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้อง

รายงานการติดตามการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาที่ไม่ได้มาตรฐาน

โดย
2552 ( 71 หน้า)

รายงานเรื่อง การติดตามการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาที่ไม่ได้มาตรฐานจากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบแรกกรณีศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 และสถานศึกษาในสังกัด กรุงเทพฯ ของ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวถึงการติดตามการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาที่ไม่ได้มาตรฐาน จากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบแรกในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนที่ไม่ได้มาตรฐานการประเมินคุณภาพ ภายนอกรอบแรกภายหลังจากที่รับทราบผลการประเมิน และพัฒนาการของสถานศึกษา รวมทั้งความช่วยเหลือที่สถานศึกษาได้รับจากหน่วยงาน ต้นสังกัดและหน่วยงานอื่น ตลอดจนปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน และเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงและประเมินผลโรงเรียนที่ไม่ได้มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกต่อไป

ความสามารถของเยาวชนไทยบนเวทีโลก ผลจากการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ปี 2539-2543

โดย กลุ่มงานพัฒนานโยบายวิทยาศาสตร์ ศึกษา สกศ
2547 ( 35 หน้า)

เอกสารเรื่อง ความสามารถของเยาวชนไทยบนเวทีโลก : ผลจากการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการปี 2539-2543 ของ กลุ่มงานพัฒนานโยบายวิทยาศาสตร์ศึกษา สกศ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ เนื่องจากวิทยาศาสตร์ศึกษาของไทยยังก้าวไม่ทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของโลก ทำให้เรามีความเจริญก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและความสามารถในการแข่งขันด้อยกว่าประเทศอื่น ปัญหาที่พบมากคือ คนไทยส่วนใหญ่ไม่สนใจศึกษาวิทยาศาสตร์ มีเจตคติที่ไม่ดีต่อวิทยาศาสตร์ เพราะคิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องไกลตัวและยากเกินกว่าจะเข้าใจได้ ทั้งที่ความจริงแล้ววิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของร่างกายเราเอง อาหารที่เราบริโภคเครื่องใช้ภายในบ้าน หรือยานพาหนะที่เราใช้เดินทาง ล้วนเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น

สมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากล พ.ศ.2549

โดย รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์
2550 ( 224 หน้า)

เอกสารเรื่อง สมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากล พ.ศ.2549 ของ รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการกำหนดนโยบายและวางแผนการศึกษา ได้ทำการศึกษาสมรรถนะการศึกษาของำทยเปรียบเทียบกับนานาชาติ เพื่อทราบถึงสถานภาพของไทยในเวทีสากล และให้ได้ข้อมูลพื้นฐานที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพของคนไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยตระหนักดีว่า "การพัฒนาศักยภาพของคน" บนพื้นฐานของความเป็นจริงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศเพื่อเผชิญกับความท้าทายของกระแสโลกาภิวัฒน์และความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สภาวะการศึกษาไทย ปี 2549/2550 การแก้ปัญหาและการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นระบบองค์รวม

โดย รศ.วิทยากร เชียงกูล
2551 ( 98 หน้า)

รายงานเรื่อง สภาวะการศึกษาไทย ปี 2549/2550 "การแก้ปัญหาและการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นระบบองค์รวม" ของ รศ.วิทยากร เชียงกูล กล่าวว่า การนำเสนอรายงานฉบับนี้นับเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่สำคัญ และเป็นรายงานประจำปีที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้ดำเนินการจัดทำ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรายงานสภาพปัจจุบันปัญหาและสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศ

รายงานการศึกษาไทยในเวทีโลก พ.ศ.2549

โดย
2551 ( 150 หน้า)

รายงานเรื่อง การศึกษาไทยในเวทีโลก พ.ศ. 2549 กล่าวถึงสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา มีหน้าที่หนึ่งในการประสาน ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัย และพัฒนาระบบสารสนเทศทางการศึกษา ได้เห็นความสำคัญของการศึกษาเปรียบเทียบสภาวการณ์และแนวโน้มด้านการศึกษาของประเทศไทยกับนานาชาติ รวมทั้งได้เข้าร่วมโครงการ World EducationIndicators (WEI) ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่าง UNESCO และ OECD จุดประสงค์ของโครงการเพื่อพัฒนาดัชนีตัวชี้วัดด้านนโยบายการศึกษา โดยร่วมกันจัดทำสถิติดัชนีและตัวชี้วัดสภาวการณ์ทางการศึกษาเปรียบเทียบระดับนานาชาติ

สมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากล พ.ศ.2550

โดย รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์
2551 ( 69 หน้า)

รายงานเรื่อง สมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากล พ.ศ.2550 ของ รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ กล่าวถึงสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและวางแผนการศึกษา มุ่งมั่นที่จะศึกษาสมรรถนะการศึกษาของไทยในเวทีนานาชาติ เพื่อทราบถึงสถานภาพของไทยในเวทีสากล และมีข้อมูลพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพของคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยได้ดำเนินการศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ กำหนดเป้าหมายต่อการพัฒนาและยกระดับสมรรถนะการศึกษาไทยให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานระดับสากล

สภาวการณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก พ.ศ.2550

โดย
2552 ( 21 หน้า)

เอกสารเรื่อง สภาวการณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก พ.ศ.2550 กล่าวถึงสำนักงานวิจัยและพัฒนาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา มีหน้าที่หนึ่งในการประสาน ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาระบบสารสนเทศทางการศึกษา ได้เห็นความสำคัญของการศึกษาเปรียบเทียบสภาวการณ์และแนวโน้มด้านการศึกษาของประเทศไทยกับนานาชาติ รวมทั้งได้เข้าร่วมโครงการ World Education Indicators (WEI) ซึ่งโครงการร่วมระหว่าง ENESCO และ OECD จุดประสงค์ของโครงการเพื่อพัฒนาตัวี้วัดด้านนโยบายการศึกษา โดยร่วมกันจัดทำสถิติและตัวชี้วัดสภาวการณ์ทาวการศึกษาเปรียบเทียบระดับนานาชาติ

สมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากล พ.ศ.2551

โดย
2552 ( 47 หน้า)

เอกสารเรื่อง สมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากล พ.ศ.2551 กล่าวถึงสถาบันนานาชาติเพื่อการพัฒนาการบริหารจัดการ (International Institute for Management Development หรือ IMD) เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก และได้รับความเชื่อถือในด้านการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ โดย IMD จัดทำรายงานเรื่อง The World Competitiveness Yearbook เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ พ.ศ.2532 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งการจัดอันดับของ IMD เป็นการพิจารณาปัจจัยสภาพแวดล้อมที่จะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ